ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงในวันศุกร์ หลังแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและ AI กดดัน Nasdaq ให้ทำผลงานรายสัปดาห์แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน นักลงทุนยังประเมินความเสี่ยงด้านเงินทุนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันและดอกเบี้ยสูงต่อธุรกิจ โดยผลประกอบการของ Netflix, Tesla และ Meta ในสัปดาห์ที่เริ่มวันที่ 19 ตุลาคม จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินแนวโน้มบริษัทเหล่านี้
Nasdaq ร่วง 2.50% ส่วนต่างผลตอบแทนหนี้ AI กว้างขึ้น
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.34% ปิดที่ 52,002.41 จุด ส่วน S&P 500 ลดลง 1.09% ปิดที่ 7,659.44 จุด และ Nasdaq 100 ลดลง 2.50% ปิดที่ 29,187.55 จุด ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ราว 5.10% ขณะที่ดัชนี VIX อยู่ที่ 19.99 ทองคำปรับขึ้น 0.33% มาที่ 4,188.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนน้ำมันดิบลดลง 1.58% อยู่ที่ 98.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Bitcoin ลดลง 0.34% มาอยู่ที่ 81,583.13 ดอลลาร์
แรงขายหุ้น AI สะท้อนความกังวลว่าการลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลจะสร้างผลตอบแทนได้ต่อเนื่องหรือไม่ CoreWeave และ Nebius Group ซึ่งให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ต่างปรับลงราว 15% ในช่วงห้าวันทำการจนถึงเช้าวันศุกร์
ข้อมูลของ Goldman Sachs ระบุว่า ระหว่างวันที่ 13–14 ตุลาคม ส่วนต่างผลตอบแทนของตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 25 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 360 จุดพื้นฐานเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ส่วนต่างของหนี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นเพียง 2 จุดพื้นฐานในช่วงเดียวกัน
ภาระหนี้ของ CoreWeave เป็นประเด็นที่ตลาดจับตา โดยผลตอบแทนของพันธบัตรบางรุ่นเคยเข้าใกล้ 15% ต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจทำให้โครงการศูนย์ข้อมูลใหม่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น และเพิ่มความสนใจของนักลงทุนต่อช่วงเวลาที่บริษัทจะสร้างกระแสเงินสดได้เพียงพอรองรับต้นทุน แรงกดดันยังส่งถึง Nvidia, Advanced Micro Devices และ Micron Technology ซึ่งราคาหุ้นลดลง 1.43%, 5.95% และ 5.63% ตามลำดับในวันศุกร์
Musk เปิดตัว Roadster ใหม่ คาดเริ่มส่งมอบปี 2028
Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla เปิดตัว Roadster รุ่นออกแบบใหม่ในงานนำเสนอที่เกี่ยวข้องกับ SpaceX เมื่อวันพฤหัสบดี รถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นนี้ติดตั้งระบบขับดันคล้ายจรวดที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีของ SpaceX และสามารถยกตัวขึ้นจากพื้นในช่วงสั้น ๆ Musk เรียกรถรุ่นนี้ว่าเป็นรถบินได้คันแรกของโลก พร้อมระบุว่าสามารถเร่งจากหยุดนิ่งถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที
ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้น Tesla ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นหุ้นกลับทิศและปิดลดลง 2.13% ที่ 354.72 ดอลลาร์ บริษัทคาดว่าจะเริ่มส่งมอบ Roadster รุ่นใหม่ในปี 2028 โดยรถรุ่นที่สองเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 และเลื่อนกำหนดมาแล้วหลายครั้ง
สัปดาห์นี้นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการ Tesla ควบคู่กับข้อมูลความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า อัตรากำไร และแผนขับขี่อัตโนมัติ
ราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มความกังวลเรื่องอุปทานพลังงาน และผลักดันให้ราคาน้ำมัน Brent ขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงหนึ่งของสัปดาห์ การโจมตีของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทำให้ตลาดกังวลว่าการขนส่งผ่านเส้นทางน้ำมันสำคัญแห่งนี้อาจสะดุด ขณะที่คำขู่ของยูเครนว่าจะโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติมก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่ออุปทาน
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนขนส่งและการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและพลังงานของครัวเรือน ในช่วงที่ต้นทุนกู้ยืมยังสูงและตลาดติดตามเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานยังอาจเป็นปัจจัยประกอบการพิจารณาดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หุ้น Exxon Mobil และ Chevron ปรับขึ้น 2.46% และ 2.59% ตามลำดับในวันศุกร์ สวนทางกับตลาดโดยรวมที่อ่อนตัว
Netflix ลดพนักงานราว 1,000 คน ก่อนรายงานงบ 20 ตุลาคม
Netflix ประกาศเมื่อวันพุธว่าจะลดพนักงานราว 1,000 คน หรือประมาณ 6% ของพนักงานทั้งหมด บริษัทระบุว่าจะควบคุมต้นทุนและมุ่งลงทุนในด้านที่สำคัญ Ted Sarandos และ Greg Peters ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ส่งบันทึกถึงพนักงานโดยระบุว่าบริษัทยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายผลประกอบการทั้งปี และจะลงทุนต่อในส่วนที่สนับสนุนการเติบโต
Netflix เผชิญการแข่งขันจาก YouTube และบริการสตรีมมิงรายอื่น แม้บริษัทยังทำกำไรได้ แต่เวลารับชมไม่เติบโต ขณะที่การเพิ่มจำนวนสมาชิกพึ่งพาการปราบปรามการแชร์รหัสผ่านและแพ็กเกจโฆษณาราคาต่ำมากขึ้น บริษัทกำลังลงทุนในกีฬาถ่ายทอดสด เกม และเนื้อหาใหม่เพื่อดึงดูดผู้ชมและรักษาฐานสมาชิก
นักลงทุนจะพิจารณารายได้ อัตรากำไร และผลจากการลดพนักงานต่อต้นทุน เมื่อ Netflix เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันที่ 20 ตุลาคม
Character.AI ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ Disney จ่าย 20 ล้านดอลลาร์ขอใช้ทรัพย์สินทางปัญญา
Character.AI สตาร์ตอัปแชตบอตที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ตาม Chapter 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ โดยระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเป็นความท้าทายต่อธุรกิจ
Disney ตกลงจ่ายเงิน 20 ล้านดอลลาร์ในกระบวนการล้มละลาย เพื่อรับสิทธิใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาของ Character.AI แบบไม่ผูกขาดและถาวร ข้อตกลงนี้เปิดทางให้ Disney เข้าถึงเทคโนโลยีโดยไม่ต้องซื้อกิจการทั้งหมด ผลทางการเงินขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับวิธีที่ Disney นำสินทรัพย์ดังกล่าวไปใช้ ส่วนกรณีของ Character.AI แสดงให้เห็นว่าธุรกิจ AI สำหรับผู้บริโภคต้องรับมือทั้งค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล และความไม่แน่นอนของรูปแบบธุรกิจ
ปฏิทินงบแน่นตลอดสัปดาห์ เริ่ม 19 ตุลาคม
ตลาดจะติดตามว่าผลประกอบการบ่งชี้ได้หรือไม่ว่าการใช้จ่ายด้าน AI กำลังเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนที่ยั่งยืน พร้อมประเมินผลของต้นทุนเงินทุนและราคาพลังงานที่สูงต่อกำไร
วันที่ 19 ตุลาคม Steel Dynamics คาดว่าจะรายงานผลหลังตลาดปิด โดยคาดกำไรต่อหุ้น 5.47 ดอลลาร์ และรายได้ 6.43 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Fifth Third Bank คาดว่าจะประกาศก่อนตลาดเปิด กำไรต่อหุ้น 0.83 ดอลลาร์ และรายได้ 3.34 พันล้านดอลลาร์ Crown Holdings และ W. R. Berkley คาดมีกำไรต่อหุ้น 2.26 ดอลลาร์ และ 1.15 ดอลลาร์ ตามลำดับ
วันที่ 20 ตุลาคม Netflix คาดมีกำไรต่อหุ้น 0.82 ดอลลาร์ และรายได้ 12.87 พันล้านดอลลาร์ ส่วน SpaceX คาดมีกำไรต่อหุ้น 0.14 ดอลลาร์ และรายได้ 12.89 พันล้านดอลลาร์ General Motors, GE Aerospace, RTX, 3M และ Philip Morris International มีกำหนดรายงานผลในวันเดียวกัน โดยคาดกำไรต่อหุ้น 3.70 ดอลลาร์, 2.01 ดอลลาร์, 1.78 ดอลลาร์, 2.39 ดอลลาร์ และ 2.30 ดอลลาร์ ตามลำดับ
วันที่ 21 ตุลาคม Tesla คาดมีกำไรต่อหุ้น 0.45 ดอลลาร์ และรายได้ 27.94 พันล้านดอลลาร์ Meta คาดกำไรต่อหุ้น 6.58 ดอลลาร์ และรายได้ 63.34 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ IBM คาดกำไรต่อหุ้น 2.86 ดอลลาร์ และรายได้ 16.82 พันล้านดอลลาร์ AT&T, Texas Instruments, Lam Research ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ และ Abbott Laboratories ก็จะรายงานผลเช่นกัน
วันที่ 22 ตุลาคม Procter & Gamble คาดมีกำไรต่อหุ้น 1.88 ดอลลาร์ และรายได้ 22.8 พันล้านดอลลาร์ บริษัทอื่นในกำหนดการมี Lockheed Martin, Comcast, Western Digital, Nokia, Spotify และ Nebius ซึ่งคาดขาดทุนต่อหุ้น 0.74 ดอลลาร์ และมีรายได้ราว 904.82 ล้านดอลลาร์ หลังหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ปรับลงในช่วงที่ผ่านมา ผลประกอบการของ Nebius จึงเป็นหนึ่งในรายการที่ตลาดติดตาม
วันที่ 23 ตุลาคม Exxon Mobil คาดมีกำไรต่อหุ้น 3.99 ดอลลาร์ และรายได้ 117.48 พันล้านดอลลาร์ American Express คาดมีกำไรต่อหุ้น 4.58 ดอลลาร์ และรายได้ 20.12 พันล้านดอลลาร์ ส่วน SLB มีกำหนดรายงานผลในวันศุกร์เช่นกัน นักลงทุนจะจับตาปริมาณการผลิตและความสามารถทำกำไรของ Exxon Mobil ท่ามกลางราคาน้ำมันและความกังวลด้านอุปทานที่ผันผวน ขณะที่ผลของ American Express อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคและคุณภาพสินเชื่อ
บริษัทสำคัญอื่นในสัปดาห์นี้ ได้แก่ SpaceX, General Motors และ GE Aerospace ในวันอังคาร; Tesla, Meta, IBM และ Texas Instruments ในวันพุธ; และ Procter & Gamble, Lockheed Martin, Comcast และ Western Digital ในวันพฤหัสบดี ส่วน Exxon Mobil, American Express และ SLB เป็นรายการเด่นของวันศุกร์ Caterpillar, Dell Technologies, Colgate-Palmolive, Lowe’s, CVS Health และ Procter & Gamble จะขึ้นเครื่องหมายซื้อขายโดยไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในสัปดาห์นี้
หลัง Nasdaq ทำผลงานรายสัปดาห์แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน นักลงทุนจะใช้ผลประกอบการ แผนใช้จ่ายของบริษัท และสถานะการระดมทุนผ่านหนี้เป็นข้อมูลประเมินว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีจะสร้างผลตอบแทนได้เพียงใด