ผลสำรวจตลาดสหรัฐฯ ระบุว่า ชาวอเมริกันราว 33 ล้านคนกำลังติดตามตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนฐานผู้สนใจที่อาจขยายตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนถือครองหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ขณะที่ตลาดยังต้องเผชิญความผันผวน และการเข้าสู่ตลาดของผู้สนใจกลุ่มใหม่อาจแตกต่างจากพฤติกรรมของนักเก็งกำไรและผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีในช่วงแรก
ชาวอเมริกันราว 33 ล้านคนอยู่ในกลุ่มผู้ติดตามคริปโต
ข้อมูลสำคัญจากผลสำรวจคือ มีชาวอเมริกันประมาณ 33 ล้านคนกำลังติดตามคริปโตเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม คำว่า “ติดตาม” ไม่ได้เท่ากับการถือครองหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุว่าคนกลุ่มนี้ถือโทเคนใด วางแผนจะลงทุนเป็นจำนวนเท่าใด หรือเปิดบัญชีกับแพลตฟอร์มซื้อขายแล้วหรือไม่
ดังนั้น ตัวเลขดังกล่าวควรตีความว่าเป็นขนาดของกลุ่มผู้ที่อาจสนใจตลาด มากกว่าจะเป็นตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดโดยตรง จำนวนผู้สนใจที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ รู้จักบิตคอยน์ อีเธอร์ และสินทรัพย์คริปโตประเภทอื่นมากขึ้น แต่หากผู้ติดตามยังไม่ได้เปิดบัญชี ซื้อสินทรัพย์ หรือเริ่มใช้งาน ตัวเลขจากผลสำรวจก็ยังไม่สามารถใช้สรุปโดยตรงถึงปริมาณการซื้อขาย ราคาสินทรัพย์ หรือรายได้ของแพลตฟอร์มได้
สัดส่วนของผู้ใช้ที่เปลี่ยนจากการ “รับรู้” ไปสู่การ “เข้าร่วมตลาด” จะขึ้นอยู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ โครงสร้างค่าธรรมเนียม และความผันผวนของราคา
บิตคอยน์และสินทรัพย์หลักยังนำทิศทางตลาด
ข้อมูลตลาดที่ระบุในรายงานแสดงให้เห็นว่า ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 81,722 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.03% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่อีเธอร์อยู่ที่ 2,461.44 ดอลลาร์ ลดลง 4.18% โซลานาอยู่ที่ 109.08 ดอลลาร์ ลดลง 5.89% XRP อยู่ที่ 1.37 ดอลลาร์ ลดลง 3.73% และดوجคอยน์อยู่ที่ 0.084 ดอลลาร์ ลดลง 5.55%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ผลสำรวจจะชี้ถึงการขยายตัวของกลุ่มผู้ที่สนใจคริปโต แต่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังอยู่ในภาวะผันผวนอย่างชัดเจน สินทรัพย์อื่นที่มีการระบุราคาไว้ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดย Verse อยู่ที่ 0.0000037 ดอลลาร์ ลดลง 3.74% ส่วน Gram ซึ่งเดิมใช้ชื่อ Toncoin อยู่ที่ 1.39 ดอลลาร์ ลดลง 2.72% TRON อยู่ที่ 0.33 ดอลลาร์ ลดลง 0.72% Pepe อยู่ที่ 0.0000038 ดอลลาร์ ลดลง 6.43% Render อยู่ที่ 1.86 ดอลลาร์ ลดลง 9.10% และ Worldcoin อยู่ที่ 0.48 ดอลลาร์ ลดลง 7.05%
ความแตกต่างของขนาดการปรับลดในแต่ละสินทรัพย์แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมตลาดยังประเมินสินทรัพย์แยกจากกัน โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น สภาพคล่อง ภูมิหลังของโครงการ และระดับความเสี่ยงที่แต่ละรายรับได้
รูปแบบการเข้าสู่ตลาดของผู้ใช้กลุ่มใหม่ยังไม่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญของผู้เข้าร่วมตลาด “ระลอกถัดไป” ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีที่คนกลุ่มนี้จะเข้าถึงคริปโตเคอร์เรนซีด้วย สำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่ถือสินทรัพย์ดิจิทัล การซื้อขาย การชำระเงิน การรับฝากสินทรัพย์ สเตเบิลคอยน์ และแอปพลิเคชันบล็อกเชน อาจตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ที่เข้าสู่ตลาดแล้วอาจให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ความสามารถในการถอนสินทรัพย์ ค่าธรรมเนียม และขอบเขตของกฎระเบียบในการตัดสินใจใช้งาน ปัจจัยเหล่านี้จึงอาจมีบทบาทต่อการเปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นผู้ถือครองหรือผู้ซื้อขายจริง
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ ตลาดสหรัฐฯ มีกลุ่มผู้ที่สนใจคริปโตเคอร์เรนซีในจำนวนมาก แต่ผลสำรวจไม่ได้ระบุว่าคนกลุ่มนี้จะเปลี่ยนเป็นผู้ถือครองหรือผู้ซื้อขายที่มีความเคลื่อนไหวมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางราคาที่ผันผวนต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สนใจ 33 ล้านคนกับการเข้ามาของเงินทุนจริงจึงยังต้องติดตามผ่านข้อมูลการเปิดบัญชี การถือครอง และการซื้อขายในระยะต่อไป