หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในวันศุกร์ โดยดัชนีหลักทั้ง 5 ปิดบวกและดาวโจนส์ปรับขึ้นมากที่สุด ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดและคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่วนข้อมูลจ้างงานแคนาดาที่ลดลงอย่างไม่คาดคิด 68,300 ตำแหน่งกดดันดอลลาร์แคนาดา ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มูลค่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และพัฒนาการในตะวันออกกลาง
ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าหลังตัวเลขจ้างงาน
ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวผสมในวันศุกร์ โดยแข็งค่าราว 0.25% เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาและเยน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย ช่วงท้ายตลาด EUR/USD อยู่ที่ 1.1201 ลดลง 0.07%; USD/JPY อยู่ที่ 158.26 เพิ่มขึ้น 0.25%; GBP/USD อยู่ที่ 1.3233 เพิ่มขึ้น 0.07%; USD/CHF อยู่ที่ 0.8300 ลดลง 0.17%; USD/CAD อยู่ที่ 1.4261 เพิ่มขึ้น 0.25%; AUD/USD อยู่ที่ 0.6985 เพิ่มขึ้น 0.43%; และ NZD/USD อยู่ที่ 0.5613 เพิ่มขึ้น 0.05%
ก่อนประกาศข้อมูลจ้างงานแคนาดา USD/CAD เคลื่อนไหวแถว 1.4232 ก่อนขยับขึ้นใกล้ 1.4293 หลังตัวเลขออกมา จากนั้นคู่เงินลดช่วงบวกลงบางส่วน แต่ดอลลาร์แคนาดายังคงอ่อนค่า การจ้างงานที่ทรุดลงทำให้ตลาดหันมาจับตาแรงส่งของเศรษฐกิจแคนาดามากขึ้น และเพิ่มความซับซ้อนในการชั่งน้ำหนักนโยบายของธนาคารกลางแคนาดา
แคนาดาจ้างงานลด 68,300 ตำแหน่งในเดือนกันยายน
การจ้างงานของแคนาดาในเดือนกันยายนลดลง 68,300 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9,200 ตำแหน่ง หลังจากเดือนสิงหาคมลดลง 41,700 ตำแหน่ง ทำให้ยอดจ้างงานหดตัวรวม 110,000 ตำแหน่งในช่วงสองเดือน งานเต็มเวลาลดลง 35,400 ตำแหน่ง ส่วนงานพาร์ตไทม์ลดลง 32,900 ตำแหน่ง อัตราว่างงานเพิ่มจาก 6.4% เป็น 6.5% ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดจาก 65.0% เป็น 64.8% ซึ่งช่วยจำกัดการปรับขึ้นของอัตราว่างงาน
ข้อมูลแยกตามภาคส่วนให้ภาพต่างกัน โดยการจ้างงานภาครัฐลดลง 70,000 ตำแหน่ง แต่ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 24,100 ตำแหน่ง การจ้างงานในภาคการศึกษาและกลุ่มเยาวชนที่ลดลงยังทำให้ตลาดพิจารณาปัจจัยปรับฤดูกาลและการกลับเข้าเรียน อย่างไรก็ดี การจ้างงานที่ลดลงมากต่อเนื่องสองเดือนเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ค่าจ้างพนักงานประจำเพิ่มขึ้นจาก 2.0% เป็น 2.3% ซึ่งเป็นอีกตัวแปรที่ธนาคารกลางแคนาดาต้องนำมาประกอบการประเมินตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนแบนลง
ช่วงท้ายตลาด ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เคลื่อนไหวต่างทิศ โดยอายุสั้นถึงปานกลางปรับขึ้น แต่อายุ 30 ปีลดลงเล็กน้อย ผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีอยู่ที่ 4.7911% เพิ่มขึ้น 3.51 จุดพื้นฐาน; อายุ 5 ปีอยู่ที่ 5.0211% เพิ่มขึ้น 3.01 จุดพื้นฐาน; อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.2441% เพิ่มขึ้น 1.11 จุดพื้นฐาน; ส่วนอายุ 30 ปีอยู่ที่ 5.6001% ลดลง 0.69 จุดพื้นฐาน การปรับขึ้นของผลตอบแทนระยะสั้นพร้อมกับการลดลงของระยะยาวทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนแบนลง
ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่าคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคยังสูงขึ้น ทำให้ผู้ติดตามแนวโน้มราคาเพิ่มความระมัดระวัง สัปดาห์หน้าตลาดจะรอตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยประกอบการประเมินดัชนีราคาเพื่อการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่าคาด แต่คาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เบื้องต้นประจำเดือนตุลาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนอยู่ที่ 46.3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 47.8 และลดลงจาก 48.1 ในครั้งก่อน ดัชนีภาวะปัจจุบันอยู่ที่ 44.7 ต่ำกว่าคาดอย่างชัดเจนที่ 51.0 ส่วนดัชนีคาดการณ์อยู่ที่ 47.3 สูงกว่าคาดที่ 45.5 แม้ดัชนีรวมยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สูงกว่าจุดต่ำสุด 44.8 ในเดือนพฤษภาคมที่ระบุไว้ในรายงาน
ผู้บริโภคคาดว่าเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มจาก 4.6% เป็น 4.7% ส่วนคาดการณ์ระยะ 5 ปีเพิ่มจาก 3.4% เป็น 3.5% ความเชื่อมั่นที่อ่อนลงพร้อมกับความคาดหวังด้านราคาที่สูงขึ้นทำให้มีสัญญาณให้พิจารณาสองด้าน ทั้งความรู้สึกของครัวเรือนต่อเศรษฐกิจปัจจุบันที่แย่ลง และความกังวลว่าราคาสินค้าจะยังเพิ่มขึ้น
หุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 5 ดัชนีปิดบวก ดาวโจนส์นำตลาด
หลังตลาดร่วงในวันพฤหัสบดีจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้จาก AI หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในวันศุกร์ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,660.18 จุด เพิ่มขึ้น 423.06 จุด หรือ 0.83% ส่วน S&P 500 ปิดที่ 7,811.54 จุด เพิ่มขึ้น 0.59% และ Nasdaq Composite อยู่ที่ 27,366.17 จุด เพิ่มขึ้น 0.64%
Russell 2000 เพิ่มขึ้น 0.46% ปิดที่ 2,806.9815 จุด ส่วน Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.51% อยู่ที่ 30,883.15 จุด การฟื้นตัวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นเทคโนโลยี โดยดาวโจนส์นำตลาดและหุ้นขนาดเล็กก็ปรับขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การดีดตัวในวันเดียวไม่ได้ทำให้ข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้าน AI การสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริง และมูลค่าหุ้นหมดไป
การเปรียบเทียบรายได้ของ OpenAI ที่เป็นประเด็นในวันพฤหัสบดีควรคำนึงถึงการปรับรายการรายได้จากพันธมิตรด้วย ในช่วงแรกของการตอบสนองของตลาด ดอลลาร์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่างปรับลง โดยปกติดอลลาร์อาจได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อสินทรัพย์เสี่ยงอ่อนตัว จึงควรติดตามความเคลื่อนไหวนี้ต่อ แต่ข้อมูลเพียงวันเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าความสัมพันธ์ในตลาดเปลี่ยนไป
หุ้นยุโรปปิดบวก แต่หลายตลาดยังติดลบทั้งสัปดาห์
ดัชนีหลักของยุโรปส่วนใหญ่ปิดบวกในวันศุกร์ DAX เยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.13% อยู่ที่ 25,087.28 จุด; CAC ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 0.95% อยู่ที่ 7,803.34 จุด; FTSE 100 อังกฤษเพิ่มขึ้น 1.06% อยู่ที่ 10,552.04 จุด; IBEX สเปนเพิ่มขึ้น 0.55% อยู่ที่ 19,033.10 จุด; และ FTSE MIB อิตาลีเพิ่มขึ้น 0.91% อยู่ที่ 49,746.30 จุด
แม้ตลาดฟื้นตัวในวันศุกร์ แต่ดัชนีส่วนใหญ่ยังปิดลดลงเมื่อคิดทั้งสัปดาห์ อิตาลีลดลง 1.46% ฝรั่งเศสลดลง 1.19% เยอรมนีลดลง 0.57% และสเปนลดลง 0.27% ส่วนอังกฤษเป็นตลาดเดียวในกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นตลอดสัปดาห์ โดยบวก 0.86% ความไม่สงบทางการเมืองภายในฝรั่งเศสและความไม่แน่นอนด้านการคลังยังเป็นปัจจัยแวดล้อมของตลาดยุโรป
น้ำมันทรงตัว ส่วนทองคำ เงิน และบิตคอยน์ปรับขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ช่วงท้ายตลาดอยู่ที่ประมาณ 91.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.01 ดอลลาร์ หรือ 0.01% ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าการหารือกับอิหร่านมีความคืบหน้าในเชิงบวก และระบุว่าจะเลื่อนการโจมตีกรุงเตหะรานไปจนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งช่วยคลายความกังวลระยะสั้นเรื่องความขัดแย้งยกระดับ แต่ยังไม่ขจัดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์และอุปทานพลังงาน
ข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่าจำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5 แท่น เป็น 603 แท่น โดยแท่นขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้น 6 แท่น เป็น 462 แท่น ด้านโลหะมีค่าปรับขึ้นชัดเจน ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 4,196.065 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62.375 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ส่วนเงินอยู่ที่ 60.7912 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.6107 ดอลลาร์ หรือ 2.72% ทองคำปรับขึ้นแม้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปีสูงขึ้น ขณะที่การเคลื่อนไหวที่ต่างกันของดอลลาร์ ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีที่ลดลงเล็กน้อย และคาดการณ์เงินเฟ้อล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบริบทตลาด แต่การเคลื่อนไหวในวันเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
บิตคอยน์ซื้อขายช่วงท้ายตลาดที่ประมาณ 82,316 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 640 ดอลลาร์ หรือ 0.78% ไปในทิศทางเดียวกับการฟื้นตัวของหุ้น ผลการซื้อขายสะท้อนบรรยากาศที่ดีขึ้นในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่าบิตคอยน์เคลื่อนไหวแยกจากทิศทางตลาดโดยรวม
ตลาดสหรัฐฯ และแคนาดาหยุดไม่ตรงกันในวันจันทร์
สัปดาห์หน้าตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ พร้อมประเมินว่าการจ้างงานแคนาดาที่อ่อนตัวจะส่งผลต่อดอลลาร์แคนาดาและการพิจารณานโยบายของธนาคารกลางแคนาดาอย่างไร พัฒนาการในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดพลังงานในสัปดาห์ใหม่ด้วย
วันจันทร์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการตามปกติ แต่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ปิดทำการ ขณะที่ตลาดแคนาดาปิดเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ตารางซื้อขายที่ไม่ตรงกันอาจทำให้สภาพคล่องและจังหวะการซื้อขายในช่วงวันหยุดแตกต่างจากวันทำการทั่วไป