ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มีตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงสินเชื่อสำหรับติดตั้งในบ้านและการวิจัยผลิตไฮโดรเจน ผลประกอบการของบริษัทในแต่ละส่วนจึงขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี กำลังการผลิต เงินทุนที่ต้องใช้ และความต้องการของลูกค้า บทความนี้พิจารณาบริษัทที่เกี่ยวข้อง 6 แห่ง พร้อมข้อมูลตลาดล่าสุดที่มีในเอกสารต้นทาง
6 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจหลายรูปแบบ
รายชื่อประกอบด้วย Sunlight Financial Holdings, SunPower, Brookfield Renewable, First Solar, JinkoSolar และ SunHydrogen แม้หัวข้อในเอกสารต้นทางจะระบุว่ามีหุ้น 5 ตัว แต่เนื้อหาและส่วนสรุปกลับกล่าวถึง 6 บริษัท
ทั้งนี้ Sunlight Financial ให้บริการสินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์ในที่อยู่อาศัย ส่วน SunHydrogen อยู่ในขั้นพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฮโดรเจนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โมเดลธุรกิจของทั้งสองจึงต่างจากผู้ผลิตแผงโซลาร์โดยตรง
Sunlight Financial เชื่อมผู้รับเหมากับสินเชื่อสำหรับเจ้าของบ้าน
Sunlight Financial Holdings Inc เป็นบริษัทสินเชื่อ ณ จุดขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยร่วมมือกับผู้รับเหมาในสหรัฐฯ เพื่อจัดหาเงินทุนให้เจ้าของบ้านที่ต้องการติดตั้งระบบโซลาร์หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย แพลตฟอร์มและความสามารถในการประเมินเครดิตของบริษัทช่วยให้ผู้รับเหมาและผู้บริโภคดำเนินขั้นตอนสมัครและอนุมัติสินเชื่อได้สะดวกขึ้น
ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าถึงระบบโซลาร์ในตลาดที่อยู่อาศัย เอกสารต้นทางประเมินว่า แม้หักเครดิตภาษีของรัฐบาลกลางแล้ว เจ้าของบ้านทั่วไปอาจยังต้องจ่ายราว 14,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งระบบ บางรัฐมีมาตรการจูงใจเพิ่มเติม ขณะที่บริษัทการเงินบางแห่งเสนอสินเชื่อโดยไม่เปลี่ยนแปลงบิลค่าไฟของผู้ใช้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การอนุมัติยังมักขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้กู้และสถาบันสินเชื่อที่ผู้ติดตั้งทำงานด้วย
SunPower ให้บริการตั้งแต่อุปกรณ์ถึงการจัดการพลังงานในบ้าน
SunPower (Nasdaq: SPWR) ให้บริการโซลาร์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานสำหรับบ้านแบบครบวงจรในสหรัฐฯ และแคนาดา ครอบคลุมอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ สินเชื่อ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ บริษัทเข้าถึงลูกค้าบ้านพักอาศัยและเชิงพาณิชย์ผ่านผู้ติดตั้งและผู้จำหน่ายที่ไม่ได้ติดตั้งเอง ตัวแทนจำหน่ายต่อ ตลอดจนทีมขายภายใน SunPower เป็นบริษัทย่อยที่ TotalEnergies Solar ถือหุ้นใหญ่
ณ ปิดตลาดสหรัฐฯ วันที่ 16 ตุลาคม หุ้น SunPower อยู่ที่ 0.2460 ดอลลาร์ ลดลง 0.0167 ดอลลาร์ หรือ 6.36% ราคาเปิดอยู่ที่ 0.264 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายประมาณ 1.593 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 8.865 ล้านหุ้น และมีมูลค่าตลาดประมาณ 51.99 ล้านดอลลาร์ กรอบราคาในวันอยู่ที่ 0.241–0.270 ดอลลาร์ ส่วนกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.203–2.270 ดอลลาร์
Brookfield Renewable มีสินทรัพย์พลังงานสะอาดหลายประเภท
Brookfield Renewable (NYSE: BEPC) เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินงานสินทรัพย์พลังงานสะอาดในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และเอเชีย ครอบคลุมพลังน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน บริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 21,000 เมกะวัตต์ และเข้าร่วมดำเนินโครงการผ่านการลงทุนโดยตรง หุ้นส่วนสถาบัน กิจการร่วมค้า และรูปแบบอื่น ๆ นักลงทุนยังเข้าถึงธุรกิจได้ผ่านหลักทรัพย์จดทะเบียนสองรูปแบบ ได้แก่ Brookfield Renewable Partners LP (BEP) และ Brookfield Renewable Corp. (BEPC)
วันที่ 16 ตุลาคม หุ้น BEPC ปิดที่ 28.67 ดอลลาร์ ลดลง 0.26 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ราคาเปิดอยู่ที่ 29.02 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายประมาณ 2.118 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 1.864 ล้านหุ้น มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 5.322 พันล้านดอลลาร์ ราคาซื้อขายระหว่างวันอยู่ที่ 28.625–29.19 ดอลลาร์ และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 27.57–45.18 ดอลลาร์
First Solar เน้นแผงฟิล์มบางสำหรับโครงการขนาดใหญ่
First Solar (Nasdaq: FSLR) ออกแบบและผลิตแผง โมดูล และระบบโซลาร์สำหรับโครงการระดับสาธารณูปโภค ผลิตภัณฑ์ใช้เทคโนโลยีฟิล์มบางแคดเมียมเทลลูไรด์เพื่อแปลงแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตโมดูลโซลาร์ฟิล์มบางรายใหญ่ของโลก และมีสายการผลิตในเวียดนาม มาเลเซีย และรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ
หุ้น First Solar ปิดที่ 172.64 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ลดลง 6.17 ดอลลาร์ หรือ 3.45% ราคาเปิดอยู่ที่ 178.21 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายประมาณ 2.346 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 2.279 ล้านหุ้น และมูลค่าตลาดประมาณ 18.578 พันล้านดอลลาร์ ราคาต่ำสุดและสูงสุดในวันอยู่ที่ 172.53 และ 182.74 ดอลลาร์ ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 168.60–320.95 ดอลลาร์
JinkoSolar มีกำลังผลิตครบวงจรและเครือข่ายทั่วโลก
JinkoSolar Holding Co (NYSE: JKS) เป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์รายใหญ่ มีโรงงานผลิต 9 แห่งและบริษัทย่อยในต่างประเทศ 14 แห่ง จำหน่ายสินค้าในสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักร ชิลี อินเดีย และตลาดอื่น ๆ กำลังการผลิตต่อปีของธุรกิจแบบครบวงจรอยู่ที่เวเฟอร์ซิลิคอนผลึกเดี่ยวราว 20,000 ล้านวัตต์ เซลล์ 11,000 ล้านวัตต์ และโมดูล 25,000 ล้านวัตต์
เอกสารต้นทางระบุตัวเลขเดิมของบริษัท ได้แก่ มูลค่าตลาดประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้น 2.92 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันราว 8 ล้านหุ้น และรายได้ปี 2019 ที่ 4.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนข้อมูลราคาหุ้น ณ วันที่ 16 ตุลาคมระบุว่าปิดที่ 8.12 ดอลลาร์ ลดลง 0.24 ดอลลาร์ หรือ 2.87% ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.478 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 725,300 หุ้น และมูลค่าตลาดประมาณ 425.2 ล้านดอลลาร์
กรอบซื้อขายในวันอยู่ที่ 8.041–8.660 ดอลลาร์ ส่วนกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 8.18–31.88 ดอลลาร์ ตัวเลขทางการเงินในอดีตและข้อมูลราคาตลาดเป็นข้อมูลคนละช่วงเวลา จึงควรแยกพิจารณาเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับมูลค่าหุ้น
SunHydrogen ยังพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฮโดรเจน
SunHydrogen Inc (ตลาด OTC: HYSR) ก่อตั้งในปี 2009 และมีสำนักงานใหญ่ที่ซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เดิมใช้ชื่อ Hypersolar บริษัทพัฒนาและทำตลาดระบบอนุภาคนาโนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเลียนแบบกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อแยกน้ำและผลิตไฮโดรเจน
วันที่ 16 ตุลาคม หุ้น SunHydrogen อยู่ที่ 0.0178 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.0001 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ราคาเปิดอยู่ที่ 0.017 ดอลลาร์ และราคาปิดระบุไว้ที่ 0.018 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายประมาณ 1.877 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 6.736 ล้านหุ้น ราคาซื้อขายระหว่างวันอยู่ที่ 0.017–0.018 ดอลลาร์ และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.015–0.039 ดอลลาร์ เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลมูลค่าตลาดของบริษัท
เงินทุน สภาพอากาศ และกระแสเงินสดเป็นปัจจัยสำคัญ
เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์หลักมีสามกลุ่ม ได้แก่ โฟโตโวลตาอิก การให้ความร้อนและความเย็นด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมแสง ระบบโฟโตโวลตาอิกใช้สารกึ่งตัวนำในเซลล์แสงอาทิตย์เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้า ส่วนเทคโนโลยีอีกสองประเภทอาศัยความร้อนจากดวงอาทิตย์มากกว่า และนำไปใช้ได้ตั้งแต่การทำความร้อนสระว่ายน้ำสาธารณะไปจนถึงการทำน้ำร้อนในบ้าน
การผลิตไฟฟ้ายังขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้รับแสงและสภาพอากาศ วันที่มีเมฆหรือฝนต่อเนื่องอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบโฟโตโวลตาอิกลดลง และเพิ่มความสำคัญของระบบกักเก็บพลังงาน ขณะเดียวกัน การผลิตแผง การติดตั้ง และการบำรุงรักษาต้องใช้เงินทุนสูง อุปกรณ์กักเก็บพลังงานยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องด้วย ดังนั้น ขนาดหนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และความสามารถของฝ่ายบริหารในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว จึงช่วยสะท้อนแรงกดดันทางธุรกิจได้มากกว่าความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเพียงวันเดียว
อุตสาหกรรมยังต้องแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีสัดส่วนสูงในระบบพลังงาน และเผชิญวงจรการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เวลานาน ความเสี่ยงของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน: ผู้ให้สินเชื่อสำหรับบ้านได้รับผลจากการพิจารณาเครดิตและความต้องการของผู้บริโภค ผู้ผลิตแผงขึ้นอยู่กับอัตราการใช้กำลังผลิต ราคาสินค้า และตลาดโลก ส่วนผู้ดำเนินงานสินทรัพย์พลังงานสะอาดเกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนโครงการและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
เมื่อเปรียบเทียบหุ้นกลุ่มนี้ นักลงทุนจึงควรแยกโมเดลธุรกิจ ช่วงเวลาของข้อมูลการเงิน และสภาพคล่องของหุ้นแต่ละตัวให้ชัดเจน แทนที่จะจัดบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดไว้ในกลุ่มสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน