ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละทิศในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม โดยนักลงทุนหันไปจับตาฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 และข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะเผยแพร่ ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้น 0.4% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.1% และ Nasdaq Composite ลดลง 0.4% หุ้น Nvidia อ่อนตัว ส่วน Visa แตะระดับสูง ขณะที่หุ้นรายตัวเคลื่อนไหวแตกต่างกัน
ผลประกอบการจากธนาคารขนาดใหญ่ที่มีกำหนดทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ทำให้ตลาดจับตาทั้งผลการดำเนินงานและมุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มธุรกิจ ควบคู่กับข้อมูลเงินเฟ้อซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจ
ดัชนีหลักปิดคละทิศ
ในการซื้อขายวันที่ 12 ตุลาคม ดาวโจนส์เป็นดัชนีหลักเพียงตัวเดียวที่ปิดบวก โดยเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วน S&P 500 ลดลงเล็กน้อย 0.1% และ Nasdaq ลดลง 0.4% ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ปรับลง 0.5% ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดยังไม่มีทิศทางร่วมกันในช่วงเริ่มต้นฤดูประกาศงบ โดยหุ้นเติบโตและหุ้นขนาดเล็กอ่อนแรง ขณะที่ดาวโจนส์ปิดสูงขึ้น
ปริมาณซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและ Nasdaq เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุตัวเลขปริมาณซื้อขายหรือการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า จึงยังประเมินไม่ได้ว่ากิจกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยการเคลื่อนไหวของตลาดในวันดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่นักลงทุนรอผลประกอบการและข้อมูลเงินเฟ้อ
ธนาคารใหญ่เตรียมประกาศผลไตรมาส 3
ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 เริ่มเป็นจุดสนใจของตลาด โดย JPMorgan, Goldman Sachs, Wells Fargo และ Citigroup มีกำหนดเริ่มรายงานผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่ในวันอังคาร นักลงทุนจะติดตามทั้งผลการดำเนินงานและมุมมองต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินหุ้นกลุ่มการเงิน
ตลาดยังไม่มีผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ในวันจันทร์ จึงต้องรอข้อมูลที่ประกาศภายหลังเพื่อประเมินผลกระทบ นอกจากงบของบริษัทแล้ว นักลงทุนยังรอรายงานเงินเฟ้อสำคัญ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุชื่อรายงาน เวลาเผยแพร่ หรือค่าคาดการณ์ จึงยังไม่อาจสรุปผลของตัวเลขดังกล่าวหรือผลต่อคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยได้
Nvidia อ่อนตัว ขณะที่ Visa แตะระดับสูง
หุ้น Nvidia ปิดลดลงในวันจันทร์ ส่วน Visa แตะระดับสูงสุด ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของหุ้นทั้งสองบริษัท หรือข่าวบริษัทและปัจจัยในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง จึงยังบ่งชี้สาเหตุของการเคลื่อนไหวไม่ได้ ผลของหุ้นทั้งคู่สะท้อนเพียงความแตกต่างในการเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวในวันนั้น
นักลงทุนจะมีข้อมูลผลประกอบการจากธนาคารและตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มเติมในช่วงถัดไป ซึ่งจะช่วยให้ติดตามได้ว่าทิศทางของดัชนีและหุ้นรายตัวเปลี่ยนแปลงอย่างไร