การแทรกแซงระบบอีเมลของผู้ให้บริการฝ่ายที่สาม ส่งผลให้อีเมลหลอกลวงแพร่ระบาด
Trezor ผู้ผลิตกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ชื่อดัง เปิดเผยว่าบริษัทผู้ให้บริการอีเมลพันธมิตรถูกแฮ็ก ระบบอีเมลดังกล่าวถูกใช้ในการส่งอีเมลฟิชชิ่ง โดยอีเมลดังกล่าวปลอมเป็นข้อความเตือนช่องโหว่ความปลอดภัยสำคัญของชิป STM32 ที่ใช้ในอุปกรณ์ Trezor เพื่อหลอกผู้ใช้คลิกลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หลอกลวง เหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งที่สามภายในระยะเวลาสี่สัปดาห์ที่ Trezor เผชิญปัญหาด้านความปลอดภัยในระบบพันธมิตร
ทาง Trezor ระบุว่าได้ปิดโดเมนที่ใช้ส่งอีเมลฟิชชิ่งนี้แล้ว และยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิธีที่ผู้โจมตีใช้โดเมนจริงในการกระทำผิด ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เช่น กระเป๋าเงิน ฮาร์ดแวร์ คีย์ส่วนตัว และคำสำรอง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์นี้
ปัญหาความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทานสร้างความกังวล หลังเหตุข้อมูลรั่วไหลของพันธมิตร
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ShipMonk ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าของ Trezor เผชิญเหตุการณ์ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล ส่งผลให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ากว่า 80,000 รายเปิดเผยได้แก่ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ เหตุการณ์ส่งผลให้ลูกค้าบางรายได้รับโทรศัพท์และจดหมายหลอกลวงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในปี 2024 Trezor เองก็เคยประสบปัญหาการโจมตีระบบพอร์ทัลบริการลูกค้า ทำให้ข้อมูลผู้ใช้งานประมาณ 66,000 คนรั่วไหล ขณะที่คู่แข่ง SafePal ก็รายงานเหตุข้อมูลลูกค้าราว 40,000 รายรั่วไหลในช่วงเดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้กระทบความปลอดภัยของอุปกรณ์โดยตรง แต่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ของบริษัทฮาร์ดแวร์กระเป๋าเงินดิจิทัลกับพันธมิตรด้านการจัดการข้อมูล
วิเคราะห์เนื้อหาอีเมลฟิชชิ่ง แจ้งเตือนช่องโหว่ชิป STM32 เพื่อโน้มน้าวใจ
อีเมลฟิชชิ่งฉบับดังกล่าวส่งข้อความอ้างว่า พบช่องโหว่ความปลอดภัยในชิป STM32 ซึ่งเป็นไมโครชิปที่ใช้เป็นแกนหลักในการสร้างเลขสุ่มสำหรับคำกู้คืนกระเป๋าเงินของผู้ใช้ หากข้อมูลนี้ถูกต้อง ช่องโหว่ดังกล่าวจะลดความปลอดภัยของอุปกรณ์อย่างมาก เพราะเลขสุ่มมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของคำกู้คืน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้
การใช้หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในระดับชิปฮาร์ดแวร์ทำให้อีเมลมีความน่าเชื่อถือและสามารถทำให้ผู้ใช้เกิดความวิตกกังวล จนคลิกลิงก์ที่นำไปสู่หน้าเว็บไซต์ปลอมซึ่งอาจเพื่อจารกรรมข้อมูลหรือสร้างความเสียหาย
มาตรการของ Trezor และแนวทางป้องกันในอนาคต
Trezor มุ่งมั่นยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในทุกจุดของห่วงโซ่อุปทาน และกำลังพยายามลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากพันธมิตร ผู้บริหารของบริษัทเน้นว่าความปลอดภัยของอุปกรณ์ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษากุญแจส่วนตัวและวลีสำรองอย่างเข้มงวด จึงขอเตือนผู้ใช้ให้ระมัดระวังอีเมลที่ขอให้คลิกลิงก์ตรวจสอบช่องโหว่ความปลอดภัยโดยไม่มั่นใจที่มา เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อฟิชชิ่ง
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์จะมีมาตรการความปลอดภัยสูงแล้ว แต่ข้อมูลของผู้ใช้ที่อยู่ในความดูแลของพันธมิตรยังเป็นช่องทางที่ต้องให้ความสนใจเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีผ่านช่องทางสังคมและเหตุการณ์ฉ้อโกงทางไซเบอร์ในอนาคต
ผู้เขียน: Lockridge Okoth
นักข่าวและนักวิเคราะห์เทคนิคด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจาก BitTrust สื่อที่มุ่งเน้นการรายงานข่าวความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล DeFi และระบบนิเวศน์บล็อกเชน