การหางานที่ยากลำบากหลังการลาออก
เคมเบอร์ลี่ แม็คเคลน วัย 45 ปี อดีตรองผู้อำนวยการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐแคลิฟอร์เนียที่เน้นช่วยเหลือผู้ไร้บ้าน เลือกลาออกในเดือนสิงหาคม 2024 หลังจากเกิดความเปลี่ยนแปลงในแผนกบริหาร แม้มีประสบการณ์และจดหมายแนะนำ เธอกลับยังไม่สามารถหางานใหม่ได้จนถึงปัจจุบันซึ่งนานกว่าสองปีแล้ว
ขยายกลุ่มงานที่สมัครแต่ก็ยังไม่ได้ผล
เคมเบอร์ลี่เริ่มต้นสมัครงานในตำแหน่งที่คล้ายคลึงกับประสบการณ์เดิม เช่น รองผู้อำนวยการ ผู้จัดการโครงการ และผู้จัดการกรณี ผ่านเว็บไซต์หางานอย่าง LinkedIn และ Indeed เธอเข้าร่วมอบรมและเตรียมตัวสัมภาษณ์อย่างตั้งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอจำเป็นต้องขยายขอบเขตไปสู่ตำแหน่งงานระดับล่าง เช่น แผนกค้าปลีก เพื่อเพิ่มโอกาสการได้รับงาน
ความกดดันทางสังคมและความลังเลใจบน LinkedIn
แม้จะส่งใบสมัครจำนวนมากและปรับปรุงประวัติการทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ติดต่อตอบกลับน้อยมาก เธอเริ่มตั้งคำถามว่าปัจจัยอายุ เชื้อชาติ หรือการศึกษาส่งผลกระทบ รวมทั้งรู้สึกเหมือนได้รับการกีดกันจากระบบเครือข่าย จนอารมณ์ท้อแท้ทำให้เธอเลือกยุติการใช้ LinkedIn และหยุดหางานชั่วคราวหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่งปี
ความกดดันทางการเงินและการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย
การตกงานนานทำให้เธอต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาล และย้ายจากบ้านเพื่อนในแคลิฟอร์เนียไปยังครอบครัวที่ลาสเวกัส ก่อนกลับมาอาศัยในบ้านของครอบครัวเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจเลิกเช่าตู้เก็บของระยะยาวทำให้เธอสูญเสียทรัพย์สินส่วนหนึ่ง
งานสังคมสงเคราะห์ช่วยเติมเต็มจิตใจ
แม้ไม่สามารถหางานได้ เธอยังคงบริหารองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ไร้บ้านและเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว งานนี้ไม่สร้างรายได้ แต่ช่วยให้เธอมีความหมายและเชื่อมโยงกับสังคม
โอกาสใหม่กับงานบริการลูกค้าทางไกล
ในต้นปีนี้ แม็คเคลนกลับมาหางานอีกครั้ง แม้หลายตำแหน่งทางการแพทย์ที่สมัครจะถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายได้รับงานบริการลูกค้าทางไกลเต็มเวลา แนะนำโดยลูกสาว รายได้ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมมากแต่แสดงถึงการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน
วิสัยทัศน์และคำแนะนำสำหรับผู้ตกงาน
เคมเบอร์ลี่ตั้งใจทำงานนี้ควบคู่กับการดูแลโครงการไม่แสวงหาผลกำไรของตัวเอง เธอแนะนำผู้ตกงานให้รักษาความหวังและมองการปฏิเสธเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแนวทาง แม้อนาคตยังไม่ชัดเจน แต่ประสบการณ์ของเธอสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ว่างงานระยะยาวต้องเผชิญในปัจจุบัน