ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียได้ลดลงอย่างแพร่หลายเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันคงอยู่ใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ MSCI ลดลงประมาณ 1% ในวันนั้น และตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ การลดลงสะสมใกล้ 8% ในขณะเดียวกัน ดัชนีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ลดลง 0.3% ช่วงสะสมการลดลงประมาณ 2%
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปอยู่ที่ระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนปีที่แล้ว นักวิเคราะห์ชี้ว่าดอลลาร์ไม่เพียงแค่ได้ประโยชน์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเพราะสหรัฐเป็นประเทศส่งออกสุทธิของพลังงาน ซึ่งมีข้อได้เปรียบเปรียบเทียบในสถานการณ์ราคาน้ำมันสูง
ทางด้านอิหร่านได้ให้คำมั่นว่าจะปิดทะเลจีนฮอร์มุซ ซึ่งทะเลจีนนี้รับผิดชอบการขนส่งน้ำมันทั่วโลกราว 20% ถึงแม้ว่าสหรัฐจะพยายามบรรเทาความกดดันด้านอุปทานโดยให้การยกเว้น 30 วันสำหรับน้ำมันรัสเซียที่ยังลอยอยู่นอกฝั่ง แต่ตลาดยังคงกังวลเรื่องความเสี่ยงการขัดขวางการขนส่งพลังงาน
ตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงกดดัน อินโดนีเซียดัชนีคอมโพสิตจาการ์ตาลดลงมากกว่า 2% ในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันที่ลดลง ตั้งแต่ต้นปีนี้การลดลงสะสมใกล้ 17% ทำให้เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่แย่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ดัชนี KOSPI ของเกาหลีและดัชนี SET ของไทยลดลงกว่า 1.6% ตลาดหุ้นในไต้หวันและมาเลเซียก็ลดลงเช่นกัน
ด้านตลาดสกุลเงิน รูปีอินเดียลดลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ ในทางตรงกันข้าม หยวนจีนเป็นหนึ่งในสกุลเงินเอเชียไม่กี่สกุลที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยดัชนีหยวนการค้าแบบถ่วงน้ำหนักถึงระดับสูงสุดในปีนี้เมื่อต้นเดือน