ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านและความคาดหวังขึ้นดอกเบี้ยกระทบราคาคริปโต
ในช่วงต้นเดือนกันยายน ราคาของ Bitcoin และ Ethereum ปรับลดลง โดย Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบ 76,600 ถึง 78,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 1-2 กันยายน ลดลงประมาณ 1.5-2% ส่วน Ethereum ปรับลดจากราว 2,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือประมาณ 2,373 ดอลลาร์ หรือราว 2-2.5% ความผันผวนของตลาดคริปโตครั้งนี้มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สะท้อนถึงความกังวลและการปรับพอร์ตของนักลงทุนในสถานการณ์ความเสี่ยงนี้
ผลตอบแทนในไตรมาสยังโดดเด่น แต่ปริมาณการซื้อขายลดลง
แม้ว่าราคาจะมีการปรับลดในระยะสั้น แต่ Bitcoin และ Ethereum ยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดีในไตรมาสนี้ โดย Ethereum ปรับตัวเพิ่มขึ้น 33% ในเดือนสิงหาคม และทำผลตอบแทนรวมเพิ่มขึ้นถึง 56% ในไตรมาสที่ผ่านมา สะท้อนว่าการปรับฐานเป็นเพียงการย่อตัวระหว่างแนวโน้มขาขึ้น ด้านข้อมูลจาก K33 Capital ระบุว่าปริมาณการซื้อขาย Bitcoin แบบสปอตรายวันลดลงถึง 35% เหลือประมาณ 3.1 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนกิจกรรมในตลาดที่ชะลอตัวและความระมัดระวังของนักลงทุน
ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านในภูมิภาค
สหรัฐฯ ได้ยืนยันการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านในหลายจุด เช่น ระบบต่อต้านภัยทางอากาศ และสถานีเรดาร์ ขณะที่อิหร่านตอบโต้โดยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก ดัชนี S&P 500 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed กดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ประเมินความน่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน อยู่ที่ประมาณ 66% สูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อน การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อสินทรัพย์ไร้ผลตอบแทนเช่นคริปโต โดยสร้างแรงกดดันต่อราคาของ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้ราคาปรับลดลง
การย้ายเงินจำนวนมากเข้าสู่ตลาดยิ่งเพิ่มความกังวลต่อตลาด
ในช่วงที่ผ่านมา มีการโอน Bitcoin จำนวนประมาณ 5,100 BTC มูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์จากผู้ดูแลสภาพคล่อง Wintermute ไปยัง Binance รวมถึงการโอน Ethereum จำนวนเกือบ 41,000 ETH หรือมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่งเข้าสู่แพลตฟอร์มการซื้อขาย การโอนเงินขนาดใหญ่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะขายทันทีก็ตาม แต่ในแง่ของตลาดนั้นมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของแรงขายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นการปรับลดของราคาและอาจมีผลทำให้ความกดดันในตลาดคริปโตเพิ่มขึ้น
ปัจจัยหลักที่นักลงทุนควรติดตาม
สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านรวมกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความเคลื่อนไหวของราคาคริปโตในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum นักลงทุนในตลาดควรจับตาสถานการณ์เหล่านี้เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสตลาดในอนาคต