อังกฤษชี้ยุโรปจำเป็นต้องเตรียมรับมือความท้าทายจากฤดูหนาวเพื่อรักษาแรงกดดันต่อรัสเซีย
โจนาธาน พาวเวล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงระดับสูงของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ในเวทีที่กรุงเคียฟว่า ยุโรปต้องเตรียมพร้อมเผชิญกับฤดูหนาวที่มีความยากลำบากอย่างแท้จริง เพื่อคงแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย พาวเวลระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดกับกรุงมอสโกและการสนับสนุนยูเครนยังคงมีผลในการจำกัดเป้าหมายการขยายอำนาจของปูติน
พาวเวลกล่าวว่า ความกังวลที่ว่ารัสเซียอาจเพิ่มแรงทางทหารไม่ได้เป็นปัญหา แต่กลับเป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์ของยุโรปได้ผล และทุกประเทศไม่ควรผ่อนปรนจุดยืน ข้อคิดเห็นนี้ขัดกับสถานการณ์ที่รัสเซียเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ขณะเดียวกันยุโรปต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากการลดการพึ่งพาพลังงานรัสเซียอย่างมาก
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของยูเครนจากการโจมตีของรัสเซีย
อเล็กซานเดอร์ คราฟเชนโก รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจยูเครนเผยในการประชุมเดียวกันว่า การทำลายโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินโดยรัสเซียในปีนี้คาดว่าจะสร้างความเสียหายราว 10,000 ล้านดอลลาร์ การปิดกั้นท่าเรือดำส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหาร ทำให้คาดว่าผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ของยูเครนจะหดตัวประมาณ 1.5%
ปัญหาพลังงานยุโรปและความท้าทายในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร
แม้วิกฤตพลังงานโลกและสินค้าคงคลังต่ำจะเป็นเรื่องท้าทาย แต่สหภาพยุโรปยังคงนำเข้าก๊าซธรรมชาติราว 12% จากรัสเซีย โดยตั้งเป้าจะยุติการนำเข้าโดยสิ้นเชิงภายในเดือนมกราคมปีหน้า อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจสอบของยุโรปได้เตือนว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและการขาดแคลนก๊าซทำให้แผนนี้มีความเปราะบางสูง
พาวเวลเน้นย้ำว่า ไม่ควรปล่อยให้ความขาดแคลนก๊าซจากรัสเซียกลายเป็นเครื่องมือของปูติน สหภาพยุโรปจำเป็นต้องเพิ่มแรงกดดันรัสเซีย แม้ว่าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนในระยะสั้น
สถานการณ์รบและทิศทางการทูตของยูเครน
พาวเวลระบุว่ายูเครนยังคงเผชิญแรงกดดันด้านการป้องกัน ทั้งการขาดแคลนระบบขีปนาวุธป้องกันภัยตนเอง "แพทริออต" และงบประมาณรัฐขาดดุล แต่โดยรวมสถานการณ์ยังคงเป็นไปในทางบวก ปูตินไม่สามารถยึดครองยูเครนได้ทั้งหมด ยูเครนมีโอกาสเลือกอนาคตของตนเองในระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ พาวเวลกล่าวว่าท่าทีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกต่อนโยบายยูเครนช่วยสร้างแรงสนับสนุนระหว่างประเทศ ข้อเสนอเรื่องข้อตกลงรัสเซีย-สหรัฐฯ ที่เคยมีในปีที่ผ่านมาในรัฐอะแลสกายได้หมดความหมาย และทั้งสองฝ่ายมองหาเจรจาหลักที่ไม่ได้บังคับให้ยูเครนยอมจำนนทางดินแดน
กลยุทธ์และการกดดันปูตินสู่โต๊ะเจรจา
กองทัพยูเครนยังสามารถป้องกันแนวหน้าที่สำคัญและโจมตีกลับในเขตรัสเซียได้ ปูตินสูญเสียทหารและเจ้าหน้าที่มากถึง 1.5 ล้านคน ซึ่งช่วยเสริมความตั้งใจของพันธมิตรยุโรปเพื่อเพิ่มแรงกดดัน พาวเวลสรุปว่าเป้าหมายยุทธศาสตร์คือการสร้างแรงกดดันอย่างเพียงพอเพื่อบังคับให้ปูตินเข้าสู่กระบวนการเจรจา
เขายังเรียกปูตินว่า "ผู้ก่อการร้าย" แต่สนับสนุนให้สหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงติดต่อกับรัสเซียเพื่อลดความผิดพลาดและสร้างความชัดเจนในเรื่องเส้นแดง พาวเวลเผยว่าเพิ่งเข้าร่วมการเจรจาของทูตสหรัฐฯ กับปูตินในเร็ว ๆ นี้
ความเคลื่อนไหวในภาคตะวันออกของยูเครนและประเด็นความมั่นคง
ล่าสุด ยูเครนเริ่มอพยพประชาชนบางส่วนจากเมืองสโลวายานสค์และครามาโตร์สค์ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของตนและมุ่งหวังจะควบคุมอย่างเต็มที่ พาวเวลมองสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องของ "สิทธิในการมีอิสรภาพและเอกราชของยูเครน" และย้ำว่าการได้ไม่ได้นับดินแดนไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดความสำเร็จในสงคราม
คำแถลงของที่ปรึกษาด้านความมั่นคงอังกฤษสะท้อนนโยบายและกลยุทธ์ของพันธมิตรตะวันตกในการสนับสนุนยูเครนและการกดดันรัสเซียไปพร้อมกัน รวมถึงสอดคล้องกับความมุ่งมั่นที่จะรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความมั่นคงที่ยุโรปต้องเผชิญในฤดูหนาวนี้