ค่าเงินเยนแข็งค่า สร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนสูงสุดในตลาดเงินทั่วโลก ด้วยแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของรัฐบาล โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ ได้แสดงออกถึงความใส่ใจต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนและสภาวะตลาดเงินอย่างต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันพุ่ง กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดระมัดระวัง
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่จำกัด ส่งผลให้ตลาดเกิดความระแวดระวังเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาชิกคณะกรรมการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ให้ความเห็นว่า หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงต่อไป เขาจะสนับสนุนการคงระดับอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ถูกกดดันและอ่อนค่าลงในช่วงดังกล่าว
ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง แต่ผลกระทบต่อตลาดเงินซับซ้อน
ในเดือนสิงหาคม สหรัฐสร้างงานใหม่ถึง 162,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เพียง 55,000 ตำแหน่งในเบื้องต้น ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นแต่ตามมาด้วยแรงเทขายเพื่อล็อกกำไร ราคาทองคำซึ่งมีความผันผวนสูงปรับตัวลดลงสะท้อนถึงความซับซ้อนและการตอบสนองที่หลากหลายของตลาดต่อข้อมูลเศรษฐกิจตัวนี้และผลกระทบต่อมาตรการนโยบายการเงิน
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น
ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากวันแรงงานสหรัฐ (Labor Day) ตลาดหุ้นปิดทำการในวันจันทร์ ด้วยเหตุนี้ตลาดจึงมีแนวโน้มผันผวนน้อย และนักลงทุนให้ความสนใจข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่จะทยอยรายงานในกลางถึงปลายสัปดาห์
ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่นดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ นักลงทุนบางส่วนวิตกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าที่คาดไว้และอาจมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ดี ดัชนีมีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ เคลื่อนไหวใกล้เคียงแนวโน้มเฉลี่ย 10 วัน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้ตลาดอาจผันผวนและมีท่าทีอ่อนตัวเล็กน้อย
ทิศทางค่าเงินและโลหะมีค่า
คู่เงินดอลลาร์สหรัฐต่อเยน (USD/JPY) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนคาดหวังว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะดำเนินการขึ้นดอกเบี้ยในระดับที่เข้มงวดเพื่อจำกัดเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันความเป็นไปได้ในการเข้าแทรกแซงเพื่อหนุนค่าเงินเยนยังเพิ่มแรงกดดันต่อคู่เงินนี้ นอกจากนี้ ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่ลดลงซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนตัว แต่ราคายังคงได้รับแรงหนุนที่ระดับ 155.00 ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญ หากราคาปรับขึ้นทะลุแนวล่างของแถบ Bollinger Bands อาจเกิดการดีดตัวกลับในระยะสั้น
ราคาทองคำมีความผันผวนสูง โดยราคาปรับลดลงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ตามราคาน้ำมัน WTI ที่ปรับตัวขึ้น จากนั้นได้รับแรงกลับขึ้นบ้างหลังเจ้าหน้าที่เฟดออกมาแสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ แต่ข้อมูลจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังทำให้ราคาทองคำถูกขายออกอีกครั้ง โดยเฉลี่ย 10 วันแสดงทิศทางลดลงเป็นสัญญาณว่าทองคำอาจประสบกับแรงกดดันในระยะสั้นและเสี่ยงที่จะร่วงทดสอบแนวรับใหม่
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและบิทคอยน์
ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากข้อจำกัดด้านอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซ ที่ช่วยกดดันให้ราคามาแตะเกือบถึงระดับสูงสุดในเดือนกรกฎาคม หากยังไม่มีความคืบหน้าด้านการเจรจา ราคาอาจขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนำนักลงทุนพิจารณาแนวรับเฉลี่ย 10 วัน เพื่อหาจังหวะซื้อที่น่าสนใจ
ส่วนบิทคอยน์ ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของดอลลาร์ มีการทดสอบระดับสูงสุดในช่วงหลัง โดยนักลงทุนบางส่วนมองว่าการปรับตัวขึ้นนี้ส่งสัญญาณถึงศักยภาพในการพุ่งไปแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยราคายังคงแข็งแกร่งและอาจพยายามทดสอบแนวต้านในระยะสั้น
ความสนใจในข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสัปดาห์นี้
ในสัปดาห์นี้ ตลาดสหรัฐค่อนข้างนิ่งเนื่องจากวันหยุดแรงงาน ตลาดสายตาจับจ้องไปที่การแถลงนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัสบดี รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตที่จะมีการประกาศในวันศุกร์ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในอนาคตพร้อมกันนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่จีนออกข้อมูลดุลการค้าและดัชนีราคาสินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
โดยสรุปค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยในเร็ววันนี้ รวมถึงราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และการปรับนโยบายการเงินของสหรัฐและยุโรป คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและประกาศนโยบายอย่างรัดกุมเพื่อตีความความเคลื่อนไหวและประเมินความเสี่ยงในตลาดอย่างมีเหตุผล