หุ้น Strategy และ Robinhood ครองสัดส่วนหลักในกองทุน ETF มูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์
ณ วันที่ 4 กันยายน 2026 กองทุน Fundstrat Granny Shots US Large Cap ETF (รหัส GRNY) ซึ่งลงทุนในหุ้นบลูชิพของตลาดหุ้นสหรัฐฯ รายงานข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ที่ประกอบด้วยบริษัท Strategy (MSTR) ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์บิตคอยน์สัดส่วน 3.02% ของกองทุน ขณะเดียวกัน Robinhood Markets (HOOD) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายทางการเงินสำหรับรายย่อย อยู่ในสัดส่วน 2.99% รวมกันคิดเป็น 6.01% ของพอร์ตทั้งหมด
แม้ว่า GRNY จะถือหุ้นเท่านั้นโดยไม่ได้ถือครองบิตคอยน์โดยตรง แต่หุ้นทั้งสองบริษัทนี้เชื่อมโยงกับตลาดคริปโตโดยตรง ประกอบด้วย Strategy ที่มีบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์หลัก และ Robinhood ที่ให้บริการด้านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จึงปะปนความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโตเข้ากับกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ทั่วไป
การปรับสัดส่วนพอร์ตและราคาหุ้น MSTR ที่ยกขึ้นอันดับ
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 กองทุนทำการปรับสมดุลสัดส่วนสินทรัพย์ของหุ้นในพอร์ตให้ใกล้เคียงกัน Strategy และ Robinhood ยังคงเป็นหุ้นหลักโดยไม่มีการเพิ่มหุ้นใหม่ในสองบริษัทนี้หลังจากปรับเปลี่ยน โดยหุ้นใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามามี Freeport-McMoRan, Intel และ Lockheed Martin ขณะที่ Air Products, American Express, Meta Platforms และ Broadcom ถูกถอดออก
ตั้งแต่วันที่ปรับสัดส่วน ราคาหุ้น MSTR ขอ้่งบริษัท Strategy ปรับตัวขึ้นจาก 119.25 ดอลลาร์สหรัฐเป็น 144.82 ดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 3 กันยายน 2026 คิดเป็นกำไรประมาณ 21.4% ส่งผลให้น้ำหนักของหุ้น Strategy ในกองทุนเพิ่มขึ้นเกินเกณฑ์สมดุลที่กำหนดไว้ซึ่งอยู่ที่ราว 2.38% ขึ้นเป็นหุ้นหลักของกองทุน
การบริหารกองทุนโดย Tom Lee ร่วมกับ Ken Xuan รับผิดชอบด้านกลยุทธ์และ Qiao Duan รวมถึง Stephen Foy รับหน้าที่นำการเทรด การจัดการพอร์ตจึงไม่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินของผู้จัดการเพียงคนเดียว และยังไม่สามารถแยกชัดเจนได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนมาจากการซื้อขายหรือผันผวนราคาหุ้นอย่างไร
ความเสี่ยงจากคริปโตต่างรูปแบบของสองบริษัท
บริษัท Strategy ถือครองบิตคอยน์ประมาณ 845,050 เหรียญสหรัฐ (ข้อมูล ณ 30 สิงหาคม 2026) โดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าบิตคอยน์มีผลโดยตรงต่อมูลค่าทางบัญชีและส่วนโครงสร้างเงินทุนของบริษัท
ส่วน Robinhood มีรายได้จากการซื้อขายคริปโตในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนหนึ่งของรายได้รวม 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ความผันผวนในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลย่อมส่งผลต่อรายได้และปริมาณการซื้อขาย แต่บริษัทนี้ยังมีรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่หลากหลาย
ดังนั้น การถือหุ้นทั้งสองบริษัทไม่เหมือนกับการถือบิตคอยน์โดยตรง แต่เปิดเผยความเสี่ยงในรูปแบบที่แตกต่างกันจากตลาดคริปโตผ่านโมเดลธุรกิจของแต่ละบริษัท
รูปแบบการเปิดรับความเสี่ยงคริปโตในกองทุนหุ้นขนาดใหญ่
แตกต่างจากกองทุน ETF ที่ลงทุนโดยตรงในบิตคอยน์ เช่น iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock ที่เน้นถือสินทรัพย์คริปโตโดยตรง กองทุน GRNY ลงทุนผ่านหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการผันผวนของราคาและมูลค่าของบริษัทเหล่านี้แทนที่จะเป็นสินทรัพย์คริปโตโดยตรงความเสี่ยงในกองทุนนี้จึงเกิดจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งราคาหุ้น ความเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินและการกำกับดูแล รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารของทีมงาน
ขณะนี้ยังไม่มีการชี้ชัดว่ากองทุนจะเข้ามาทดแทนสินทรัพย์คริปโตตรงๆ ด้วยหุ้นเหล่านี้อย่างครบวงจร อย่างไรก็ตาม การถือครองหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างตลาดคริปโตกับหุ้นภาคพื้นฐานในวงกว้าง
นักลงทุนควรใส่ใจความเสี่ยงและข้อมูลเปิดเผยของกองทุน
ภาพรวมล่าสุดของพอร์ต GRNY ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนที่ถือ ETF กลุ่มหุ้นบลูชิพในสหรัฐฯ อาจไม่ได้ระบุความเสี่ยงจากตลาดคริปโตที่ซ่อนอยู่ได้ง่ายนัก กองทุนนี้ยังคงมีนโยบายบริหารแบบแอคทีฟและเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ตามวัตถุประสงค์เดิม แต่สัดส่วนสินทรัพย์หลักที่เป็นหุ้นเกี่ยวข้องคริปโตกลับมีส่วนทำให้มูลค่าพอร์ตผันผวนตามราคาตลาดคริปโต
จึงนับเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่องและติดตามผลกระทบของราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับตลาดคริปโตเพิ่มเติม