บิตคอยน์ปรับขึ้นเหนือ 80,800 ดอลลาร์ได้เพียงช่วงสั้น ๆ หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ก่อนพลิกกลับลงมาใกล้ 75,500 ดอลลาร์ภายใน 48 ชั่วโมง แรงขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน ประกอบกับการปิดสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมาก กดดันราคาและสะท้อนว่าการฟื้นตัวหลังเลือกตั้งยังเปราะบาง
แรงหนุนหลังเลือกตั้งจางลงภายในวันเดียว
บิตคอยน์ปรับขึ้นในวันพุธ หลังตลาดผันผวนต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากเหตุแฮ็กที่เกี่ยวข้องกับ Binance ผลการเลือกตั้งกลางเทอมช่วยลดความไม่แน่นอนลงชั่วคราว นักลงทุนบางส่วนจึงปิดสถานะที่เดิมพันว่าราคาบิตคอยน์จะลดลง ส่งให้ราคาดีดตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน นักลงทุนเริ่มประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาคองเกรสอีกครั้ง ความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กดดันหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกันตลาดยังตั้งคำถามว่าการใช้จ่ายด้าน AI ในระดับสูงจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่
ดัชนี Nasdaq ลดลง 5.5% ขณะที่ Nvidia ร่วง 9.3% และ AMD ลดลง 17.3% เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมอ่อนตัว บิตคอยน์ก็เผชิญแรงกดดันตามไปด้วย และการซื้อขายคริปโทฯ ด้วยเลเวอเรจยิ่งขยายแรงลง CoinGlass ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มูลค่าการล้างสถานะในตลาดคริปโทฯ รวมอยู่ที่ 1.08 พันล้านดอลลาร์ โดยราว 954 ล้านดอลลาร์เป็นสถานะฝั่งขาขึ้น
ตลาดสปอตพลิกจากแรงซื้อเป็นแรงขาย
แรงขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดฟิวเจอร์สที่ใช้เลเวอเรจ ข้อมูลการซื้อขายบิตคอยน์สปอตบน Binance ของ Whalio แสดงว่าเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน แรงซื้อเชิงรุกสูงกว่าแรงขาย 141.2 ล้านดอลลาร์ และธุรกรรมฝั่งซื้อคิดเป็น 54% ของปริมาณซื้อขายในวันนั้น
แต่ทิศทางกลับพลิกภายในวันเดียว ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 5 พฤศจิกายน มูลค่าการขายสปอตสูงกว่ามูลค่าการซื้อ 10.8% ความได้เปรียบของฝั่งขายอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าตลาดสปอตมีแรงขายเชิงรุกเพิ่มขึ้นด้วย
ตลาดฟิวเจอร์สก็มีแรงขายมากกว่าเช่นกัน โดยมูลค่าธุรกรรมฝั่งขายนำอยู่ในระดับเทียบเท่า 1.8% ของปริมาณซื้อขายในตลาด อย่างไรก็ดี ปริมาณซื้อขายฟิวเจอร์สสูงกว่าตลาดสปอตมาก จึงไม่ควรตีความสัดส่วนของทั้งสองตลาดว่าเป็นเงินไหลออกในขนาดเดียวกัน
เงินทุน ETF และบรรยากาศตลาดเสี่ยง
ข้อมูลตลาดยังสะท้อนว่านักลงทุนในวอลล์สตรีทยังคงขายกองทุน ETF บิตคอยน์ การปรับลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เงินทุนที่ไหลออกจาก ETF และการล้างสถานะซื้อเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้บิตคอยน์เปลี่ยนจากการฟื้นตัวหลังเลือกตั้งเป็นการปรับฐานอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลถึงวันที่ 5 พฤศจิกายนแสดงให้เห็นว่าบิตคอยน์ลดจากระดับเหนือ 80,800 ดอลลาร์ลงมาใกล้ 75,500 ดอลลาร์ ยอดล้างสถานะคริปโทฯ ในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.08 พันล้านดอลลาร์ และตลาดสปอตพลิกจากแรงซื้อสุทธิในวันก่อนหน้าเป็นแรงขายที่เด่นกว่า ตัวเลขที่มีอยู่ไม่ได้ระบุมูลค่าเงินไหลออกสุทธิจาก ETF จึงควรพิจารณาขนาดกระแสเงินทุนแยกจากข้อมูลราคาและปริมาณซื้อขาย