มูลค่าทรัพย์สินของมัสก์มาจากหุ้นบริษัทใหญ่
อีลอน มัสก์ ได้ตอบโต้คำวิจารณ์จากเซนต์เตอร์ เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่กล่าวว่าเขามีทรัพย์สินมากกว่าครัวเรือนครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งแซนเดอร์สสนับสนุนแนวคิดการเพิ่มภาษีคนรวยเพื่อจัดเก็บรายได้แก่รัฐ มาตรการนี้รวมถึงการเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างบริษัทปัญญาประดิษฐ์เพื่อนำเงินไปสร้างกองทุนสาธารณะมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2026
มัสก์ชี้แจงว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เป็นเงินสด แต่เป็นหุ้นของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ที่เขาถืออยู่ โดยราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทได้ผลักดันให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเติบโต และผู้ถือหุ้นรายอื่นเช่นกองทุนบำนาญก็ได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน สำหรับข้อมูลล่าสุดจากนิตยสารฟอร์บส์ ระบุว่ามูลค่าทรัพย์สินของมัสก์อยู่ที่ประมาณ 9,080 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายนที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์
ราคาหุ้นและการจดทะเบียนในตลาดกระทบมูลค่ารวม
ในช่วงเดือนมิถุนายน มัสก์เคยกลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคาหุ้นทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาลดลงต่ำกว่า 700 พันล้านดอลลาร์ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ราคาหุ้นเทสลาและสเปซเอ็กซ์จะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ หลังจากที่สเปซเอ็กซ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ด้วยรหัส SPCX ความคาดหวังต่อรายได้ของบริษัท รวมทั้งตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ของเทสลา กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของมัสก์
ความไม่แน่นอนของการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
มูลค่าทรัพย์สินที่มัสก์และแซนเดอร์สถกเถียงกันนั้นขึ้นอยู่กับความผันผวนและการประเมินราคาหุ้นในตลาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีฝ่ายใดควบคุมได้โดยตรง แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนในมูลค่าดังกล่าว แต่เรื่องของความเข้มข้นของทรัพย์สินและการกระจายรายได้ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณะและนักลงทุนติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนกฎหมายภาษีในอนาคตน่าจะยังคงเป็นประเด็นหลักที่มีผลต่อโครงสร้างทรัพย์สินและภาษีของมัสก์และบุคคลผู้มั่งคั่งรายอื่นๆ ต่อไป