แอลเบอร์ตาจับมือสหรัฐฯ ด้วยกลยุทธ์ทูตผ่อนคลาย
ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ รัฐแอลเบอร์ตา ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศ เลือกใช้แนวทางการทูตที่นุ่มนวลและเน้นการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง ดำเนินนโยบายโดย นางแดเนียล สมิธ ผู้ว่าการรัฐแอลเบอร์ตา ที่แสวงหาความร่วมมือและการเจรจาอย่างใกล้ชิด
นายเนธาน คูเปอร์ ผู้แทนประจำรัฐแอลเบอร์ตาที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลยุทธ์ที่เน้นการทูตนี้ทำให้รัฐแอลเบอร์ตาสามารถรับมือกับสงครามการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สถานการณ์ที่สหรัฐฯ ปรับใช้ภาษีการค้าที่มีผลกระทบกับแอลเบอร์ตาในระดับจำกัด และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังตอบสนองต่อรัฐแอลเบอร์ตาอย่างรวดเร็วและเป็นบวกเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นในแคนาดา
ภาษีสหรัฐฯ มีผลจำกัด แอลเบอร์ตายืนหยัดไม่ขึ้นภาษีสุราระหว่างประเทศ
นายคูเปอร์ชี้ว่าสิ่งที่โดดเด่นคือ แอลเบอร์ตาเป็นเพียงรัฐเดียวในแคนาดาที่ไม่ได้ใช้มาตรการแบนหรือขึ้นภาษีตอบโต้กับการนำเข้าสุราจากสหรัฐฯ สิ่งนี้ได้รับความชื่นชมจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางการค้าโดยตรง
นอกจากนี้ รัฐยังได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลทรัมป์ได้ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าเชื้อเพลิง โดยสินค้าพลังงานไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่โดนเพิ่มภาษี 50% ซึ่งสหรัฐฯ ออกมาตรการกับสินค้าจากแคนาดา สำหรับแอลเบอร์ตาแล้ว ในฐานะแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญของประเทศ ยังคงมีพื้นที่ในการผ่อนปรนผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้
รัฐอื่น ๆ ของแคนาดาเพิ่มมาตรการตอบโต้ เพิ่มความตึงเครียดทางการค้า
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกลางแคนาดาและบางรัฐอื่นๆ ใช้มาตรการตอบโต้ที่เข้มข้นขึ้น ล่าสุดได้ประกาศขึ้นภาษี 25% สำหรับชีสที่นำเข้าจากสหรัฐฯ และภาษี 50% สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งและฟอยล์อลูมิเนียม เพื่อเป็นการตอบโต้ภาษีมูลค่ากว่า 200 พันล้านเหรียญสหรัฐที่สหรัฐฯ เรียกเก็บกับสินค้าจากแคนาดาเมื่อเดือนก่อน
ความขัดแย้งดังกล่าวลุกลามครอบคลุมประเด็นอื่นๆ เช่น คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่เปลี่ยนชื่อ 'ทะเลสาบโอไนอา' เป็น 'ทะเลสาบสหรัฐ' ซึ่งส่งผลให้บริการแผนที่ออนไลน์อย่าง Apple Maps และ Google Maps ในสหรัฐฯ ต้องเปลี่ยนชื่อด้วย ขณะที่แคนาดายังคงใช้ชื่อเดิมอย่างเข้มงวด
ความแตกต่างในมุมมองของรัฐ-การเจรจาทางการค้ายังไม่คลี่คลาย
รัฐแอลเบอร์ตาปฏิเสธข้อเสนอที่ให้จำกัดการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ในขณะที่รัฐซัสแคตเชวันรัฐใกล้เคียงเลือกขึ้นภาษีสุราจากสหรัฐฯ ถึง 50% แต่ทั้งสองรัฐเห็นพ้องกันว่าสินค้าน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ยโพแทสเซียมไม่ควรเป็นประเด็นข้อพิพาททางการค้า
ภายหลังการเจรจาหลายรอบระหว่างรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กับรัฐบาลทรัมป์ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ความตึงเครียดยังคงสูงอยู่ต่อเนื่อง นโยบายเฉพาะของแอลเบอร์ตาแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในระดับรัฐต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และสะท้อนความซับซ้อนในการปรับกลยุทธ์ของกลุ่มเศรษฐกิจระดับภูมิภาคท่ามกลางปัจจัยความไม่แน่นอนในตลาดการค้าโลก