
เมื่อเร็วๆ นี้ ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะจัดการประชุมแบบตัวต่อตัวในวันที่ 12 เมษายน เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการประชุมระดับสูงในวันนี้เพื่อผลักดันกระบวนการเจรจาไปข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของอิหร่านแตกต่างออกไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน อารักจี ได้โพสต์ในช่วงเช้าของวันที่ 8 ว่า แม้ว่าสหรัฐฯ จะกล่าวว่าเป็นการเจรจาตัวต่อตัว แต่จริงๆ แล้วการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะจัดขึ้นที่โอมานและจะเป็นไปในรูปแบบ "ทางอ้อม" ความแตกต่างนี้ทำให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันเกี่ยวกับลักษณะของการประชุม
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในบริบทที่ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้กล่าวซ้ำๆ ว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ เขาจะดำเนินการทางทหาร ทรัมป์ได้แถลงต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 7 ขณะพบกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอลว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้เริ่มขึ้นแล้วและจะดำเนินต่อไป ทรัมป์ยังเคยเตือนหลายครั้งว่าหากไม่สามารถแก้ไขปัญหานิวเคลียร์อิหร่านได้ เขาจะไม่ตัดทางเลือกในการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวขึ้น รวมถึงการโจมตีทางทหาร
ปัจจุบัน รายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาการประชุมและจุดยืนของทั้งสองฝ่ายยังไม่ชัดเจน แต่การติดต่อครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบลึกซึ้งต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สังคมโลกยังจะติดตามดูว่าการประชุมครั้งนี้จะสามารถนำมาซึ่งทางออกสำหรับปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านที่ค้างยาวนานหรือไม่

