ผลสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ไม่พอใจการรับมือเงินเฟ้อของโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนว่าค่าครองชีพยังเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล และเพิ่มแรงกดดันต่อการถกเถียงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจในช่วงวัฏจักรการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม รายงานที่เผยแพร่ไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ช่วงเวลาที่สำรวจ หรือขนาดกลุ่มตัวอย่าง จึงยังเปรียบเทียบทัศนคติระหว่างกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้
เงินเฟ้อยังเป็นประเด็นหลักในการประเมินผลงานทรัมป์
คำถามสำคัญของผลสำรวจมุ่งไปที่วิธีที่ทรัมป์รับมือเงินเฟ้อ ไม่ใช่เพียงการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ ความไม่พอใจของผู้ตอบส่วนใหญ่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาและผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือนยังเป็นจุดที่เศรษฐกิจมาบรรจบกับการเมือง สำหรับรัฐบาล การจัดการเงินเฟ้อไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรู้สึกของประชาชนต่อกำลังซื้อและรายจ่ายในชีวิตประจำวัน
เงินเฟ้อส่งผ่านถึงงบประมาณครัวเรือนผ่านค่าใช้จ่ายประจำ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และพลังงาน แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาโดยรวมจะชะลอลง แต่ราคาสินค้าและบริการที่อยู่ในระดับสูงแล้วก็ยังอาจกระทบประสบการณ์ของผู้บริโภคได้ ด้วยเหตุนี้ การประเมินเงินเฟ้อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงอาจไม่สอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และอาจสะท้อนผลสะสมของค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลสำรวจยังไม่พอชี้ระดับความไม่พอใจ
ข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสัดส่วนคำตอบ ค่าคลาดเคลื่อน วิธีดำเนินการสำรวจ หรือองค์ประกอบของกลุ่มตัวอย่าง อีกทั้งไม่ได้ระบุเหตุผลเฉพาะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่พอใจวิธีรับมือเงินเฟ้อของทรัมป์ ผลสำรวจจึงยืนยันได้เพียงว่าผู้ไม่พอใจมีจำนวนมากกว่าผู้ตอบกลุ่มอื่น แต่ยังใช้วัดระดับความไม่พอใจหรือระบุได้ว่ากระจุกตัวในกลุ่มรายได้ อายุ หรือแนวคิดทางการเมืองใดเป็นพิเศษ
นโยบายเงินเฟ้อยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งอุปสงค์ อุปทาน ราคาพลังงาน และภาวะนโยบายการเงิน ผลสำรวจความคิดเห็นเพียงชุดนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อมโยงแรงกดดันด้านราคากับนโยบายใด และไม่เพียงพอสำหรับคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อหรือประสิทธิผลของนโยบาย สำหรับผู้ร่วมตลาด ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความอ่อนไหวทางการเมืองของประเด็นเศรษฐกิจ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดเงินเฟ้อโดยตรง
รายงานเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 เนื่องจากหน้าเว็บไม่ได้แสดงตัวเลขผลสำรวจหรือรายละเอียดวิธีการ ข้อสรุปที่ยืนยันได้ในขณะนี้มีเพียงว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับผลงานของทรัมป์ในการรับมือเงินเฟ้อ