ผู้พิพากษาไมเคิล ไซมอน แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำรัฐโอเรกอน วินิจฉัยว่ากระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการเสนอจำกัดวงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลางสำหรับบางหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้รวมหลักสูตรแพทย์ธรรมชาติบำบัดไว้ในกลุ่มที่มีวงเงินกู้สูงกว่า คดีนี้มีผลต่อการวางแผนค่าเล่าเรียนและการรับนักศึกษาในปีการศึกษาถัดไป และนับเป็นครั้งที่สามที่ศาลรัฐบาลกลางสั่งระงับแผนดังกล่าว
วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับนิยามหลักสูตรวิชาชีพ
เดิมกระทรวงศึกษาธิการมีแผนเริ่มใช้กฎใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม โดยกำหนดหลักสูตรวิชาชีพ 11 สาขาที่จะมีสิทธิได้รับวงเงินกู้สูงกว่า เช่น ทันตแพทยศาสตร์และแพทยศาสตร์ แต่ไม่รวมสาขาพยาบาลและสังคมสงเคราะห์ ตามข้อเสนอเดิม ผู้เรียนในสาขาที่อยู่ในรายชื่อจะกู้เงินจากรัฐบาลกลางได้สูงสุดตลอดชีพ 200,000 ดอลลาร์ ส่วนหลักสูตรระดับอุดมศึกษาอื่นมีเพดาน 100,000 ดอลลาร์
หลักสูตรแพทย์ธรรมชาติบำบัดไม่ได้อยู่ในรายชื่อ สถาบันการศึกษาและนักศึกษาที่ร่วมฟ้องแย้งว่าการตัดสาขานี้ออกอาจทำให้ผู้เรียนต้องหันไปกู้เงินจากผู้ให้กู้เอกชน ซึ่งมักคิดดอกเบี้ยสูงกว่าและไม่มีสิทธิได้รับการยกหนี้ตามโครงการของรัฐบาลกลาง สมาคมวิชาชีพด้านแพทย์ธรรมชาติบำบัดยังระบุว่า หากวงเงินกู้ไม่เพียงพอจนนักศึกษาตัดสินใจไม่เข้าเรียน รายได้ของสถาบันก็อาจได้รับผลกระทบ
ศาลชี้ผลกระทบต่อการตัดสินใจเรียนใกล้เข้ามาแล้ว
ไซมอนระบุในคำวินิจฉัยว่า นักศึกษากำลังพิจารณาว่าจะรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับปีการศึกษาถัดไปได้หรือไม่ ผลกระทบจากเพดานกู้จึงเร่งด่วนทั้งต่อผู้เรียนและสถาบันการศึกษา ศาลจึงสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อการใช้นิยามคำว่า “หลักสูตรวิชาชีพ” ที่กระทรวงเสนอ และกำหนดให้รวมแพทย์ธรรมชาติบำบัดไว้ในกลุ่มที่กู้ได้ในวงเงินสูงกว่า
คำสั่งนี้วินิจฉัยเฉพาะคุณสมบัติของหลักสูตรแพทย์ธรรมชาติบำบัด ไม่ได้ยกเลิกแผนกำหนดเพดานเงินกู้ทั้งหมดอย่างถาวร สำนักงานช่วยเหลือนักศึกษาของรัฐบาลกลางแนะนำให้นักศึกษาติดต่อสถาบันของตน เพื่อสอบถามว่าคำวินิจฉัยส่งผลต่อกรณีของแต่ละคนอย่างไร
คำวินิจฉัยก่อนหน้าทำให้ต้องขยายรายชื่อสาขา
ก่อนหน้านี้ ศาลอีกแห่งได้ขัดขวางไม่ให้กระทรวงศึกษาธิการใช้คำนิยามหลักสูตรวิชาชีพที่แคบกว่า ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน กระทรวงจึงประกาศปรับปรุงรายชื่อ โดยเพิ่มจำนวนหลักสูตรที่มีสิทธิได้รับวงเงินกู้สูงขึ้นเป็น 30 สาขา พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องความชอบด้วยกฎหมายของคำนิยามดังกล่าว
ข้อพิพาทเรื่องสาขาใดควรได้รับวงเงินกู้จากรัฐบาลกลางในระดับสูงกว่ายังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล คำวินิจฉัยในคดีต่อ ๆ ไปจึงอาจมีผลต่อวงเงินที่นักศึกษากู้ได้และแผนรับนักศึกษาของสถาบัน