Royal Caribbean Group รายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่ตลาดคาด พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี หนุนให้หุ้นทะลุจุดซื้อทางเทคนิคและพุ่งขึ้นกว่า 8% ในวันอังคาร บริษัทระบุว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง และยอดจองสำหรับปี 2027 เริ่มมีแนวโน้มสูงกว่าระดับในอดีต อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นยังบีบอัตรากำไร นักลงทุนจึงจับตาว่าแรงหนุนจากยอดจองจะชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงผลตอบแทนของหุ้นเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม
กำไรไตรมาส 3 สูงกว่าคาด แต่รายได้พลาดเล็กน้อย
Royal Caribbean รายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาส 3 ที่ 6.57 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 6.38 ดอลลาร์ รายได้เพิ่มขึ้น 9% เป็น 5.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ต่ำกว่าประมาณการ 5.607 พันล้านดอลลาร์ที่ FactSet รวบรวมไว้เล็กน้อย
บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี โดยคาดว่ารายได้จะเติบโต 9% และกำไรต่อหุ้นหลังปรับปรุงอยู่ที่ 17.85-17.95 ดอลลาร์ ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ก็คาดว่ารายได้ทั้งปีจะเพิ่มขึ้น 9% เช่นกัน ขณะที่ค่ากลางของกรอบคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของบริษัทสูงกว่าประมาณการตลาดที่ 17.78 ดอลลาร์เล็กน้อย
ยอดจองปี 2027 แข็งแกร่ง แต่แนวโน้มไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด
Jason Liberty ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวในประกาศผลประกอบการว่า ยอดจองสำหรับปี 2027 มีแนวโน้มสูงกว่าระดับในอดีต รายได้จากการใช้จ่ายก่อนออกเดินทางและบนเรือในไตรมาส 3 ต่างสูงกว่าปีก่อน บริษัทระบุเพิ่มเติมว่ายอดจองรายได้ก่อนออกเดินทางของไตรมาสนี้ก็นำหน้าช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ากำไรต่อหุ้นไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 3.48-3.58 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ 3.65 ดอลลาร์ Xian Siew นักวิเคราะห์จาก BNP Paribas มองว่า แม้กรอบคาดการณ์ไตรมาส 4 จะต่ำกว่าตลาดเล็กน้อย แต่ยังใช้เป็นแนวอ้างอิงก่อนเข้าสู่ปี 2027 ได้ และสะท้อนว่าพื้นฐานอุปสงค์ของธุรกิจเรือสำราญยังแข็งแรง
เชื้อเพลิงแพงขึ้น หุ้นทะลุจุดซื้อ 289.17 ดอลลาร์
ต้นทุนเชื้อเพลิงในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเกือบ 9% เมื่อเทียบรายปี และยังเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร ส่วนต้นทุนสุทธิของธุรกิจเรือสำราญเมื่อไม่รวมเชื้อเพลิงลดลงเล็กน้อย ราคาน้ำมันจึงยังเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลกำไรของบริษัทต่อจากนี้
ช่วงก่อนเที่ยงวันอังคาร หุ้น Royal Caribbean เปิดกระโดดขึ้นและปรับตัวขึ้นกว่า 8% มาอยู่ที่ 303.40 ดอลลาร์ ก่อนหน้านี้หุ้นเคยทดสอบจุดซื้อ 289.17 ดอลลาร์จากรูปแบบกราฟ “ถ้วยพร้อมหูจับ” หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นขยับขึ้นเหนือระดับดังกล่าวอย่างชัดเจน อีกตัวชี้วัดที่ตลาดติดตามคือเส้น Relative Strength ซึ่งใช้ดูผลการเคลื่อนไหวของหุ้นเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุตัวเลขหรือทิศทางล่าสุดของเส้นดังกล่าว
ผลประกอบการของคู่แข่งช่วยสะท้อนภาพอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเช่นกัน Carnival ปรับมุมมองเป็นบวกในเดือนกันยายนและรายงานยอดจองที่แข็งแกร่ง สำหรับ Royal Caribbean กำไรไตรมาสนี้และคาดการณ์ทั้งปีที่ปรับขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุน ขณะที่รายได้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แนวโน้มกำไรต่อหุ้นไตรมาส 4 ต่ำกว่าตลาด และต้นทุนเชื้อเพลิงยังเพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน