บิตคอยน์เคยขยับเข้าใกล้ 85,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนจะปรับตัวลงและยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้ยาก การกลับทิศเกิดขึ้นในช่วงที่สถานะเลเวอเรจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่แรงซื้อในตลาดสปอตอ่อนลง ทำให้ผู้ที่วางเดิมพันว่าราคาจะฟื้นตัวเผชิญแรงกดดันขาลงอีกครั้ง Bastian Keller เทรดเดอร์ที่รู้จักกันในชื่อ Bitbull มองว่าอารมณ์และวินัยในการซื้อขายอาจส่งผลต่อผลลัพธ์จริงมากกว่าการคาดเดาทิศทางราคาครั้งถัดไป
Keller กล่าวถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรดระหว่างงาน TOKEN2049 ที่สิงคโปร์ เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Bitbull Trading และ TradeMania ซึ่งเป็นชุมชนเทรดเดอร์และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ โดย Keller ระบุว่า TradeMania มีความร่วมมือทางธุรกิจกับ Bitunix และเรียกแพลตฟอร์มดังกล่าวว่าเป็นพาร์ตเนอร์เอ็กซ์เชนจ์รายสำคัญของบริษัท
Keller ชี้บัญชีทดลองจำลองแรงกดดันจากเงินจริงได้ไม่ครบ
Keller ตั้งข้อสังเกตต่อคำแนะนำที่ให้มือใหม่ฝึกด้วยเงินจำลองก่อนเริ่มเทรดเงินจริง เขาเห็นว่าเมื่อใช้บัญชีทดลอง ผู้เทรดรู้ว่าเงินทุนไม่ได้ตกอยู่ในความเสี่ยง จึงอาจเกิดความมั่นใจที่ไม่สอดคล้องกับการซื้อขายจริง เมื่อมีทั้งเงินและอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ความกลัวตกรถ (FOMO) และความกลัวขาดทุนก็อาจเปลี่ยนวิธีตัดสินใจได้
สถานะขาดทุนที่ผู้เทรดถือไว้ได้อย่างสงบในบัญชีทดลอง อาจทำให้ตอบสนองต่างออกไปเมื่อต้องใช้เงินจริง Keller แนะนำให้ผู้เริ่มต้นลองใช้เงินจำนวนเล็กน้อย เช่น 10 หรือ 50 ดอลลาร์ เพื่อเรียนรู้แรงกดดันของตลาดจริงทีละขั้น แทนที่จะเริ่มด้วยความเสี่ยงที่เกินกำลังรับไหว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของเขาไม่ได้หมายความว่าบัญชีทดลองไม่มีประโยชน์ บัญชีดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มและทดสอบกลยุทธ์โดยไม่เสี่ยงเสียเงินจริง ประเด็นคือการฝึกแบบนี้อาจไม่เพียงพอที่จะเตรียมผู้เทรดรับมือกับความเครียดเมื่อเกิดขาดทุนจริง
ไล่เอาคืนหลังขาดทุน เสี่ยงทำให้ความเสียหายบานปลาย
Keller เรียกข้อผิดพลาดที่เคยเผชิญว่าเป็น “วงจรมรณะ” ก่อนเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปี 2018 เขาเคยเทรดฟอเร็กซ์ และกล่าวว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ซึ่งส่งผลต่อมุมมองเรื่องความเสี่ยงในการซื้อขาย
วงจรนี้มักเริ่มจากการขาดทุน แล้วผู้เทรดรีบเปิดสถานะใหม่เพื่อเอาเงินคืน แทนที่จะยอมรับผลขาดทุน หากการเทรดครั้งต่อไปยังขาดทุน ก็อาจเพิ่มขนาดสถานะหรือรับความเสี่ยงมากขึ้น Keller กล่าวว่าเขาเองก็เคยติดอยู่ในพฤติกรรมเช่นนี้ และอาจขาดทุนต่อเนื่องจนเงินทุนหมด
เลเวอเรจยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เพราะช่วยให้ควบคุมสถานะขนาดใหญ่ด้วยเงินประกันที่น้อยกว่า การเคลื่อนไหวของราคาสวนทางเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ถูกบังคับปิดสถานะ และกัดกินหรือทำให้เงินในบัญชีหมดลงได้ ผลลัพธ์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าคาดทิศทางถูกหรือไม่ แต่ยังขึ้นกับขนาดสถานะและความสามารถในการหยุดเทรดหลังขาดทุนด้วย
Open interest ฟิวเจอร์สเพิ่ม ขณะที่แรงซื้อสปอตอ่อนลง
รายงานตลาดของ Glassnode ระบุว่า Open interest ในสัญญาฟิวเจอร์สบิตคอยน์เพิ่มจาก 36,500 ล้านดอลลาร์เป็น 37,500 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ผู้ถือสถานะขาขึ้นยังจ่าย funding rate ในระดับสูง แม้ราคาบิตคอยน์จะปรับลง รายงานยังชี้ว่าแรงซื้อในตลาดสปอตอ่อนแรงลง และความต้องการออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างระหว่างสถานะในตลาดอนุพันธ์กับความต้องการซื้อในตลาดสปอต: ผู้เล่นฟิวเจอร์สยังรับความเสี่ยงด้านทิศทางสูง แต่แรงหนุนจากการซื้อขายสินทรัพย์จริงลดลง ในสภาพเช่นนี้ การดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้เกิดการไล่ซื้อ ส่วนการกลับตัวลงอีกครั้งก็อาจนำไปสู่การปิดสถานะต่อเนื่อง ทำให้สถานะเลเวอเรจเป็นตัวแปรสำคัญที่ควรจับตาเมื่อความผันผวนระยะสั้นเพิ่มขึ้น
ตลาดยังรอการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 28 ตุลาคม และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน นักวิเคราะห์คาดว่าความผันผวนอาจสูงขึ้น โดยสำหรับผู้ใช้เลเวอเรจ การเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนและหลังเหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้การบริหารสถานะยากกว่าเดิม
Keller ยังเตือนมือใหม่ไม่ให้ไล่ตามทุกการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นในระดับไม่กี่นาที เขาระบุว่าไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์สกัลปิงเสมอไป และอาจเลือกแนวทางที่ช้าลงโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา คำแนะนำนี้มุ่งลดแรงกดดันจากการซื้อขายถี่ แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหายไป
TradeMania พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์บันทึกการเทรด
Keller กล่าวว่า TradeMania กำลังพัฒนาเครื่องมือที่วิเคราะห์ประวัติการซื้อขายและให้ข้อเสนอแนะด้วย AI ผู้ใช้จะติดตามรายการเทรดของตนและพูดคุยกับ AI agent เพื่อสังเกตรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ เป้าหมายที่เขาระบุคือช่วยให้ผู้เทรดเห็นข้อผิดพลาดก่อนจะกลายเป็นนิสัยที่สร้างความเสียหายสูง
ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบโดยอิสระว่า ระบบ AI นี้ช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการเทรดได้ การวิเคราะห์บันทึกการซื้อขายและข้อเสนอแนะด้านพฤติกรรมอาจช่วยให้ผู้ใช้ทบทวนการตัดสินใจ แต่ไม่อาจทดแทนการพิจารณาขนาดสถานะ เลเวอเรจ และความสามารถในการรับผลขาดทุน
ท้ายที่สุด Keller เตือนผู้เทรดไม่ให้เชื่อทุกสิ่งที่ได้ยิน รวมถึงคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเทรดบนโซเชียลมีเดีย สัญญาณอัตโนมัติ และการคาดการณ์ตลาด สำหรับบิตคอยน์ที่เพิ่งเผชิญการกลับทิศอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของ Open interest ความต้องการซื้อสปอต และสถานะเลเวอเรจยังเป็นข้อมูลสำคัญในการทำความเข้าใจความเสี่ยงจากความผันผวน