ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงเล็กน้อยจากราคาน้ำมันพุ่ง
ในวันอังคาร ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นแรง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้กลุ่มพลังงานทะยานขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นใหญ่ค่อยๆ ปรับฐาน ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ต่างร่วงหลุดแนวรับสำคัญ ด้านดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สดูมีเสถียรภาพ ส่วนฟิวเจอร์สของ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน
ผลประกอบการของ Dell และบริษัทซอฟต์แวร์ก่อให้เกิดความผันผวนในตลาด
ช่วงรายงานผลประกอบการ Dell Technologies สามารถทำกำไรเกินคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นในช่วงหลังปิดตลาดฟื้นตัวเข้าใกล้จุดซื้อ นอกจากนี้ บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง Palo Alto Networks, Credo Technology และ MongoDB รายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ CrowdStrike ราคาร่วงเกือบ 7% อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ GitLab ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 10% หลังตลาดปิด แต่หุ้น Credo ยังคงอ่อนตัวและไม่สามารถยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันได้
เซกเตอร์พลังงานและวัตถุดิบแสดงความแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นหนุนหุ้น Canadian Natural Resources ของแคนาดาพุ่ง 3.5% และทำจุดซื้อใหม่ ส่วนหุ้น Tidewater ในกลุ่มบริการน้ำมันทะเลกลับมาฟื้นตัวมากกว่า 3% ในขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วยผลักดันหุ้น CF Industries และ Nutrien บริษัทปุ๋ยเคมีรายใหญ่เพิ่มขึ้นใกล้เคียง 3% ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐปรับขึ้นมากกว่า 5% แตะระดับ 90.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน
ผลตอบแทนพันธบัตรทะยานขึ้นสะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีแตะระดับ 4.795% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 19 เดือน กดดันทั้งตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น ดัชนี Nasdaq 100 และ Russell 2000 ตกลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและลดความคล่องตัวของตลาด ขณะเดียวกันกลุ่มชีวเวชภัณฑ์ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Exelixis
กองทุน ETF กลุ่มเทคโนโลยียังได้รับแรงกดดัน
กลุ่ม ETF ที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเจริญเติบโตอ่อนตัวอย่างเห็นได้ชัด CapForce IBD 50 ETF ลดลง 2.2% ขณะที่ iShares Software ETF ร่วง 3.5% และ SMH ETF ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ลดลง 2.05% กองทุน ARK Innovation ร่วงใกล้ 3% สะท้อนความเสี่ยงที่ลดลง ท่ามกลางนั้น ETF พลังงานกลับขยับขึ้น 1.3% ในขณะที่กองทุนสุขภาพเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% ส่วน ETF กลุ่มอุตสาหกรรมและการเงินยังอ่อนแรง
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในสภาพคล่องตลาดผันผวน
ตลาดโดยรวมยังคงผันผวนอย่างมาก โดยดัชนีสำคัญหลายตัวกำลังทดสอบแนวรับ นักลงทุนจึงควรบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง การเลือกหุ้นที่มีความแข็งแรงและความผันผวนต่ำจะช่วยลดความเสี่ยงได้ นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานและปุ๋ยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นจุดสนใจสำหรับการลงทุนระยะสั้น การถือครองสินทรัพย์คุณภาพสูงพร้อมรักษาสภาพคล่องเพียงพอ เป็นวิธีรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดขณะนี้