AI สร้างความแตกต่างภายในกลุ่ม ‘เจ็ดยักษ์ใหญ่’
Lo Toney ผู้ก่อตั้ง Plexo Capital เผยผ่านสัมภาษณ์ว่าสภาพแวดล้อม AI ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจนภายในกลุ่ม ‘The Magnificent Seven’ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยไม่ได้เป็นกลุ่มที่แข่งขันกันแบบเท่าเทียม แต่แยกเป็นสองฝ่ายคือ ผู้ที่ครองความได้เปรียบในโครงสร้างพื้นฐาน AI และการสร้างรายได้ กับผู้ที่ตกอยู่ข้างหลัง
ขณะที่นักวิเคราะห์อย่าง Jim Cramer จาก CNBC แนะนำให้นักลงทุนติดตามผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI ของทั้งเจ็ดบริษัทนี้ เนื่องจากเริ่มเห็นผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุน AI ค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ Toney กลับมองว่าความแตกต่างเชิงโครงสร้างและศักยภาพในการทำกำไรจาก AI จะเป็นตัวแยกบริษัทเหล่านี้แทน
การจัดกลุ่มตามบทบาทใน AI
Toney แบ่งบริษัททั้งเจ็ดนี้ออกเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่:
- กลุ่มคลาวด์ขนาดใหญ่ ได้แก่ Google, Microsoft และ Amazon ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ระดับใหญ่ที่มีความสามารถในการลงทุนและขยายศูนย์ข้อมูล AI ขนาดยักษ์ ท้าทายสำคัญของพวกเขาคือการเปลี่ยนเงินลงทุนมหาศาลใน AI ให้กลายเป็นกำไรอย่างต่อเนื่อง
- กลุ่ม Meta และ Apple ใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพในธุรกิจหลักอย่างโฆษณาและผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ โดยไม่ได้มอง AI เป็นธุรกิจแยกต่างหาก
- กลุ่ม Tesla ใช้ AI ในแปลงเป็นผลิตภัณฑ์และบริการจริง เช่น รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและทดสอบโมเดลการทำกำไร
นอกจากนี้ Nvidia ผู้ผลิตชิป AI ยังขยายฐานธุรกิจด้วยการเข้าซื้อแพลตฟอร์ม AI แบบโอเพนซอร์ส Hugging Face ด้วยมูลค่าราว 12.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมทัพในด้านซอฟต์แวร์
Google กับความได้เปรียบ AI หลายมิติ
Toney เน้นว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีจุดแข็งในหลายมิติ ทั้งการมีศูนย์ข้อมูล AI เอง ชิปประมวลผลที่ออกแบบเอง และการใช้ AI ให้เกิดรายได้จากหลายสายธุรกิจ เช่น เครื่องมือค้นหา, YouTube, คลาวด์ และ Waymo บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ
ราคาหุ้น Google ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นประมาณ 42% โดยนักวิเคราะห์วอลล์สตรีทยังคงประเมินว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นอีก 25% สะท้อนความเชื่อมั่นในยุทธศาสตร์ AI และศักยภาพการเติบโตของบริษัท
การวิเคราะห์ของ Lo Toney ชี้ให้เห็นเส้นทางกลยุทธ์ที่หลากหลายในกลุ่มยักษ์ใหญ่ AI และความสำคัญของความสามารถในการควบคุมเทคโนโลยีพื้นฐานกับการแปลงโอกาส AI เป็นรายได้จริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเหล่านี้รักษาความเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง