สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านตามนโยบายตอบโต้ใหม่
วันที่ 1 กันยายน 2569 กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัฐบาลอิหร่านเป็นครั้งแรกภายใต้นโยบาย "แลกเรือบรรทุกน้ำมันแบบตอบโต้" ที่ได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นกลไกตอบโต้เชิงรุกสำหรับยับยั้งการคุกคามการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจากอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับกลยุทธ์ของสหรัฐฯ เพื่อบีบคั้นขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือพาณิชย์โดยตรง
โจมตีเป้าหมายเกือบร้อยแห่ง รับมือการตอบโต้ของอิหร่าน
ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารเกือบร้อยแห่ง ซึ่งรวมถึงฐานป้องกันภัยทางอากาศของกรมพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบบเรดาร์ สถานีวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์วางแผนวางทุ่นระเบิด และจุดยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงจุดปล่อยโดรนโจมตี เครื่องบินไร้คนขับของกองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธทำลายเครื่องยนต์บนเรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่จอดอยู่บริเวณชายฝั่งทางเหนือด้านเหนือเส้นทางกั้นของกองทัพเรือสหรัฐฯ
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธนำวิถีราว 25 ลูก โดยประมาณครึ่งหนึ่งถูกตรวจพบในน่านฟ้าแห่งจอร์แดน อีกส่วนหนึ่งถูกสกัด และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตของบุคลากร ขณะเดียวกันกองทัพโดรนอิหร่านได้พุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตโดนส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ได้สำเร็จ มีรายงานว่าโดรนสองลำที่มุ่งเป้าไปยังฐานในอาร์บีล ทางภาคเคอร์ดิสถานของอิรักถูกยิงตกโดยกองทัพสหรัฐฯ การสกัดขีปนาวุธต่อต้านเรือและโดรนในช่องแคบฮอร์มุซช่วยรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเดินเรือพาณิชย์ยังดำเนินได้ตามปกติ เรือราว 40 ลำผ่านช่องแคบ
แม้การปะทะจะยังดำเนินอยู่ แต่การเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ โดยวันที่ปฏิบัติการมีเรือพาณิชย์ประมาณ 40 ลำแล่นผ่านช่องแคบ ส่งผลให้น้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลทะลักผ่านภูมิภาคนี้ กองทัพสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการสกัดอาวุธโจมตีและรักษาความปลอดภัยของเส้นทางนี้
รายงานความเสียหายเกิดข้อโต้แย้ง สหรัฐฯ ปฏิเสธเจตนาทำลายประชาชน
สื่อของอิหร่านระบุว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อพิธีแต่งงานในเมืองโคเฮิสตัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บ 35 คน อย่างไรก็ตาม โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กัปตันฮอว์กินส์ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายทำลายประชาชนพลเรือน และระบุว่าข่าวเหล่านี้มาจากสื่อของรัฐอิหร่าน ในขณะที่ IRGC ถือเป็นฝ่ายที่คุกคามความปลอดภัยของพลเรือนอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ เห็นพ้องว่าอิหร่านควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้ยากและส่งผลต่อความมั่นคงภูมิภาค
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการโจมตีล่าสุดช่วยลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าภายในหนึ่งเดือนข้างหน้าภัยคุกคามดังกล่าวจะลดลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังเตือนว่าอิหร่านดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งในภูมิภาคกว้างขึ้นได้ไม่ดีนัก และจะมีการติดตามผลกระทบของนโยบาย "แลกเรือบรรทุกน้ำมันแบบตอบโต้" ในช่วงหลายวันที่จะถึงนี้