
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงต่อเนื่อง นักลงทุนกังวลนโยบายภาษีของทรัมป์
วันอังคาร (5 มีนาคม) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตกอย่างหนักติดต่อกันเป็นวันที่สอง ดัชนีดาวโจนส์ลดลงถึง 670 จุด ภายในสองวันที่ผ่านมา ดัชนีลดลงมากกว่า 1,300 จุด ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของตลาดในสมัยที่สองของทรัมป์หายไปทั้งหมด นักลงทุนกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายปรับภาษีของรัฐบาลทรัมป์ สร้างแรงกดดันให้กับบรรยากาศตลาดสูงมาก การพุ่งขึ้นของตลาดในยุคทรัมป์กำลังถูกแทนที่โดยการลดลงในยุคทรัมป์
ความกังวลของตลาด: นโยบายภาษีอาจกระตุ้นเศรษฐกิจถดถอย
นักลงทุนเดิมคาดว่านโยายภาษีของทรัมป์จะเป็นกลยุทธ์การเจรจาเท่านั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นนโยบายจริงที่สร้างผลกระทบสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 นักเศรษฐศาสตร์ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวในปีนี้ แต่คำว่า "ถดถอย" กลับมาหลอกหลอนตลาดอีกครั้ง ความไม่แน่นอนที่เกิดจากนโยบายภาษีกำลังส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคและคาดการณ์ของนักลงทุน นอกจากนี้ โครงการลดแรงงานรัฐบาลกลางที่นำโดยอีลอน มัสก์ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในตลาดอีกด้วย
ราคาหุ้นเทสลาร่วงหนัก ทรัพย์สินมัสก์ลดลงอย่างมาก
ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ราคาหุ้นเทสลาลดลงสะสมประมาณ 42% ทรัพย์สินส่วนตัวของมัสก์สูญเสียไปประมาณ 96.5 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ แม้ว่าเขายังอยู่เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ณ วันอังคาร ทรัพย์สินสุทธิของเขาอยู่ที่ประมาณ 336 พันล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ตลาดเชื่อว่าการลดลงของหุ้นเทสลาไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความกังวลต่อเศรษฐกิจในอนาคต
นักเศรษฐศาสตร์เตือน: ผลกระทบจากภาษีอาจเกินผลกระทบจากโรคระบาด
นักเศรษฐศาสตร์โจเซฟ โพลิตาโนกล่าวว่านโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์อาจสร้างผลกระทบการค้ารุนแรงกว่าช่วงแรกเริ่มของโรคระบาด เขาชี้ให้เห็นในบทสื่อสารเมื่อวันอังคารว่า "ภาษีเหล่านี้กำลังเพิ่มราคา ชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจผลักดันเศรษฐกิจขนาดเล็กอย่างแคนาดาหรือเม็กซิโกให้ถดถอย" โพลิตาโนเตือนเพิ่มว่าภาษีของทรัมป์กำลังก่อให้เกิดการกั้นกันบางส่วนต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศคู่แข่งต่างปราถนา
คำปราศรัยของทรัมป์ในรัฐสภากลบเงาตลาดไม่ได้
วันอังคารตอนเย็นตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์จะปราศรัยในสภาคองเกรส คาดว่าเขาจะปกป้องนโยบายเศรษฐกิจของตนและอ้างว่ามาตรการภาษีช่วยให้สหรัฐฯ ได้เปรียบในเจรจาการค้า อย่างไรก็ตาม การลดลงของตลาดต่อเนื่องนี้ได้ทำให้เรื่องราวทางเศรษฐกิจนี้มืดมนไป นักลงทุนจะจับตาดูว่าทรัมป์จะตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดอย่างไรและจะมีการปรับนโยบายภาษีเพื่อบรรเทาความกังวลของนักลงทุนหรือไม่
มุมมองตลาด: ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมวอลล์สตรีท
เมื่อการขัดแย้งทางภาษียังคงรุนแรงขึ้น ตลาดยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูง นักลงทุนกำลังจับตาอยู่ว่าทำเนียบขาวจะปรับนโยบายในสัปดาห์ต่อๆ ไปเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านลบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือไม่ ในขณะเดียวกัน ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็กลายเป็นประเด็นความสนใจของตลาด หากข้อมูลเศรษฐกิจเลวร้ายลงอีก อาจเพิ่มความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากนโยบายการค้า
สงครามการค้ายังคงปกคลุมอีกนาน ตลาดหุ้นสหรัฐอาจยังคงถูกกดดันต่อไป
นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่สายตลาดป่วน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในระยะสั้น ความรู้สึกของนักลงทุนลดลง และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีทำให้ยิ่งไม่แน่นอนในขณะที่วอลล์สตรีทกำลังรอสัญญาณนโยบายเพิ่มเติม ความผันผวนของตลาดอาจจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

