คู่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียต่อดอลลาร์สหรัฐ (AUD/USD) ร่วงลงอย่างรวดเร็วหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศผลการประชุมอัตราดอกเบี้ย FOMC แต่แรงขายเริ่มชะลอลงเมื่อราคาแตะแนวรับทางเทคนิคสำคัญ โดยคู่เงินเคลื่อนไหวลงไปใกล้ 0.7078 ซึ่งอยู่ใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันที่กำลังปรับขึ้นบริเวณ 0.70795 และระดับ Fibonacci retracement 50% ของช่วงขาขึ้นนับจากจุดต่ำสุดปลายเดือนกรกฎาคมที่ประมาณ 0.70773
เมื่อเครื่องมือทางเทคนิคหลายรายการชี้ไปยังระดับราคาใกล้เคียงกัน โซนดังกล่าวมักได้รับความสนใจจากผู้เล่นในตลาดมากขึ้น เทรดเดอร์บางส่วนติดตามเส้นค่าเฉลี่ย ขณะที่บางส่วนใช้ระดับ Fibonacci retracement เป็นเกณฑ์อ้างอิง และเมื่อทั้งสองปัจจัยชี้ไปยังช่วงราคาเดียวกัน แนวรับหรือแนวต้านนั้นก็มักมีน้ำหนักในการประเมินตลาดมากขึ้น
ในการเคลื่อนไหวรอบนี้ โซน 0.70773-0.70795 ช่วยชะลอการปรับตัวลงได้ชั่วคราว หลังผลการประชุม FOMC ออกมา แรงขายกด AUD/USD ลง แต่ยังไม่สามารถทำให้ราคาหลุดแนวรับดังกล่าวอย่างต่อเนื่องได้ เมื่อแรงกดดันขาลงลดลง ผู้ถือสถานะขายบางส่วนเริ่มปิดสถานะ ขณะที่แรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้คู่เงินฟื้นตัว
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และสินค้าโภคภัณฑ์หนุนดอลลาร์ออสเตรเลีย
การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันนี้ ทำให้แรงหนุนจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนที่ช่วยดอลลาร์สหรัฐลดลง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ เงิน และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ดอลลาร์ออสเตรเลียมักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกทรัพยากรรายสำคัญ การปรับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจช่วยยกระดับมุมมองต่อรายได้จากการส่งออกของออสเตรเลีย และสนับสนุนความต้องการดอลลาร์ออสเตรเลีย แม้ทั้งสองปัจจัยจะไม่ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกันทุกวัน แต่เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลง ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้นพร้อมกัน สภาพแวดล้อมดังกล่าวมักเอื้อต่อ AUD/USD มากกว่า
ปัจจัยพื้นฐานจึงช่วยสนับสนุนแรงซื้อ ขณะที่แนวรับทางเทคนิคบริเวณ 0.7077-0.7080 ทำหน้าที่เป็นระดับสำคัญสำหรับประเมินการกลับเข้ามาของผู้ซื้อ
เส้นค่าเฉลี่ย 100 วันยังเป็นเกณฑ์วัดแนวโน้มระยะกลาง
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ผู้ลงทุนและผู้เล่นที่มองแนวโน้มระยะยาวใช้ติดตามทิศทางโดยรวม หากราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันที่กำลังปรับขึ้น มักสะท้อนว่าแรงซื้อยังมีอิทธิพลมากกว่าในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น แต่หากราคาหลุดเส้นดังกล่าวและเคลื่อนไหวต่ำกว่าอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักของตลาดก็อาจค่อย ๆ เปลี่ยนไปทางแรงขาย
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าราคาจะตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเพียงชั่วคราวหรือไม่ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์สำคัญอย่างการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ตลาดอาจเกิดการทะลุแนวรับหรือแนวต้านอย่างรวดเร็วแต่เป็นเพียงระยะสั้น สิ่งที่ต้องติดตามมากกว่าคือราคาจะยืนต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้หรือไม่ และจะสร้างแรงส่งขาลงต่อเนื่องหรือไม่
ในวันซื้อขายก่อนหน้า แรงขายกด AUD/USD ลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน แต่ยังไม่สามารถขยายการปรับตัวลงได้ การหลุดแนวรับที่ไม่ต่อเนื่องเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อกลับมาควบคุมจังหวะระยะสั้นอีกครั้ง
AUD/USD กลับมายืนเหนือ 0.71017 โครงสร้างระยะสั้นดีขึ้น
หลังจากคู่เงินกลับมายืนเหนือ 0.70908 ได้แล้ว AUD/USD ยังทะลุระดับ 0.71017 ต่อขึ้นไป ส่งผลให้แรงส่งของการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าการปรับขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการดีดตัวทางเทคนิคเล็กน้อยจากแนวรับ แต่ผู้ซื้อสามารถยึดคืนระดับทางเทคนิคระยะสั้นได้หลายจุด และทำให้ผู้ขายระยะสั้นต้องประเมินสถานะของตนเองใหม่
ขณะนี้ 0.71017 เป็นระดับสำคัญสำหรับประเมินทิศทางระยะสั้น ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือระดับนี้ น้ำหนักระยะสั้นยังเอนเอียงไปทางแรงซื้อ และการฟื้นตัวก็ยังมีพื้นที่ดำเนินต่อ หากราคากลับลงมาต่ำกว่า 0.71017 แรงส่งของการดีดตัวจะเริ่มอ่อนลง
หากหลุดระดับดังกล่าว 0.70908 จะเป็นแนวรับหรือเป้าหมายถัดไปทางด้านล่าง หากทั้งสองระดับถูกทำลายลงตามลำดับ ความสนใจของตลาดอาจกลับไปอยู่ที่โซนแนวรับหลัก 0.70773-0.70795
โซน 0.71168-0.71270 คือบททดสอบถัดไปของการฟื้นตัว
แม้ผู้ซื้อจะกลับมามีอิทธิพลบางส่วนในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวยังไม่ถือว่ายืนยันเสร็จสมบูรณ์ แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ในช่วงประมาณ 0.71168-0.71270 ซึ่งประกอบด้วยระดับ Fibonacci retracement 38.2% ที่ 0.71168 โซนสวิงเดิมที่ขยายไปใกล้ 0.71270 และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 ชั่วโมงที่กำลังปรับตัวลงบริเวณ 0.71271
หลังการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา เส้นค่าเฉลี่ย 100 ชั่วโมงยังคงชี้ลง จึงเป็นทั้งเกณฑ์อ้างอิงแนวโน้มระยะสั้นและเป้าหมายตามธรรมชาติของการฟื้นตัว เส้นค่าเฉลี่ยที่กำลังลดลงมักดึงดูดแรงขายเมื่อราคาทดสอบครั้งแรก เทรดเดอร์ที่พลาดจังหวะการปรับตัวลงก่อนหน้าอาจใช้การฟื้นตัวเพื่อเปิดสถานะขายใหม่ ขณะที่ผู้ที่เข้าซื้อในระดับต่ำอาจทยอยลดสถานะเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน
ไม่ได้หมายความว่าคู่เงินจะไม่สามารถทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 100 ชั่วโมงได้ แต่ผู้ซื้อจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถทะลุระดับดังกล่าวและรักษาการเคลื่อนไหวเหนือเส้นนั้นได้ หากทำได้ อำนาจทางเทคนิคในตลาดจึงจะมีโอกาสเปลี่ยนไปทางแรงซื้อเพิ่มขึ้น
การทะลุแนวต้านอย่างต่อเนื่องจะช่วยยืนยันการฟื้นตัว
หาก AUD/USD สามารถทะลุโซนแนวต้าน 0.71168-0.71270 และยืนเหนือได้อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างทางเทคนิคระยะสั้นจะปรับดีขึ้นอีก คู่เงินจะสามารถผ่านทั้งระดับ Fibonacci retracement 38.2% โซนสวิงเดิม และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 ชั่วโมงที่กำลังปรับลง ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจทางเทคนิคมากขึ้น และเปิดพื้นที่ให้การฟื้นตัวดำเนินต่อ
ก่อนที่จะเกิดการทะลุแนวต้าน การเคลื่อนไหวปัจจุบันยังเป็นเพียงการฟื้นตัวที่มีทิศทางเป็นบวก แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ ผู้ซื้อสามารถรักษาแนวรับระยะกลางบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันและยึดคืนระดับระยะสั้นหลายจุดได้แล้ว ขั้นต่อไปที่ตลาดต้องติดตามคือราคาจะทะลุผ่านแนวต้านหนาแน่นบริเวณ 0.71168-0.71270 ได้หรือไม่
หากราคายังไม่สามารถผ่านโซนดังกล่าวและกลับลงมาต่ำกว่า 0.71017 แรงส่งของการฟื้นตัวจะลดลง การหลุด 0.70908 จะเพิ่มแรงกดดันขาลง และทำให้โซนแนวรับหลัก 0.70773-0.70795 กลับมาเป็นจุดทดสอบอีกครั้ง ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือโซนนี้ โครงสร้างขาขึ้นก่อนหน้ายังไม่ถือว่าถูกทำลาย แต่หากราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันและระดับ Fibonacci 50% อย่างต่อเนื่อง แรงขายก็จะกลับมามีอิทธิพลมากขึ้น
หลังผลประชุม FOMC ตลาดยังจับตาระดับราคาเหล่านี้
การเคลื่อนไหวรอบนี้สะท้อนว่า การกำหนดระดับทางเทคนิคล่วงหน้าก่อนเกิดความผันผวนจากเหตุการณ์สำคัญช่วยให้ตลาดประเมินการเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อและแรงขายได้ชัดขึ้น ผลการประชุม FOMC กระตุ้นให้คู่เงินปรับตัวลง แต่เส้นค่าเฉลี่ย 100 วันและระดับ Fibonacci retracement 50% ช่วยระบุโซนที่แรงขายอาจเริ่มชะลอ ทำให้การประเมินตลาดไม่จำเป็นต้องอาศัยเพียงการคาดเดาทิศทางโดยรวม
เส้นค่าเฉลี่ยและระดับ Fibonacci retracement ช่วยให้ผู้เล่นในตลาดกำหนดเกณฑ์อ้างอิงแนวโน้ม ประเมินความเสี่ยง และระบุระดับที่อาจยืนยันหรือทำให้มุมมองเดิมใช้ไม่ได้ ในรอบนี้ แรงขายพยายามกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับระยะกลางอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่ผู้ซื้อจะผลักดันให้คู่เงินกลับมายืนเหนือแนวต้านระยะสั้นได้ ตลาดจึงยังคงจับตาว่า 0.71017 จะรักษาไว้ได้หรือไม่ และโซนแนวต้าน 0.71168-0.71270 จะถูกทะลุอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่