Abivax Société Anonyme กำลังพัฒนา obefazimod ยารับประทานสำหรับรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (UC) และโรคโครห์น (CD) โดยบริษัทเพิ่งระดมทุนได้ 920 ล้านดอลลาร์ ทำให้คาดว่าจะมีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินงานถึงไตรมาส 4 ปี 2029
สำหรับตลาด การมีเงินทุนรองรับยาวนานขึ้นช่วยลดแรงกดดันด้านการระดมทุนในระยะสั้น และอาจทำให้ Abivax มีอำนาจต่อรองมากขึ้นหากเข้าสู่การเจรจาควบรวมกิจการหรือทำธุรกรรมกับพันธมิตร อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลงราว 12% นับตั้งแต่ถูกปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือครอง” เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ขณะนี้การประเมินมูลค่าของ Abivax ขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็นที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ได้แก่ ฉลากกำกับดูแลขั้นสุดท้ายของ obefazimod สำหรับข้อบ่งใช้ใน UC และข้อมูลการทดลองระยะที่ 2b ของโครงการ CD ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในปี 2027
Obefazimod มุ่งรักษาโรคลำไส้อักเสบ 2 กลุ่ม
Obefazimod เป็นยาวิจัยชนิดรับประทานที่ Abivax กำลังพัฒนาเพื่อใช้กับทั้งโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลและโรคโครห์น แม้ทั้งสองโรคจะอยู่ในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเช่นเดียวกัน แต่มีลักษณะทางคลินิกและบริเวณที่เกิดการอักเสบแตกต่างกัน ดังนั้น ผลการศึกษาในข้อบ่งใช้หนึ่งจึงไม่สามารถใช้ทดแทนหลักฐานทางคลินิกของอีกข้อบ่งใช้ได้โดยตรง
ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันสะท้อนว่า ความกังวลด้านความปลอดภัยของ obefazimod คลี่คลายลงอย่างมากแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงด้านการทดลองและการกำกับดูแลในขั้นต่อไปหมดไป สำหรับนักลงทุน ขอบเขตข้อบ่งใช้ ข้อจำกัดการใช้ยา และถ้อยคำในฉลากที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติในท้ายที่สุด อาจส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพเชิงพาณิชย์ของยา รวมถึงการตัดสินใจสั่งใช้ของแพทย์
เงินทุน 920 ล้านดอลลาร์ยืดระยะเงินสดถึงปี 2029
การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ Abivax สามารถยืดระยะเวลาการใช้เงินสดไปได้ถึงไตรมาส 4 ปี 2029 สำหรับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและการทดลองทางคลินิก โครงสร้างเงินทุนดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการกลับเข้าสู่ตลาดเพื่อระดมทุนเพิ่มเติมก่อนการประกาศข้อมูลสำคัญ และเปิดทางให้บริษัทเดินหน้าโครงการพัฒนา obefazimod ต่อไป
เงินสดที่เพียงพอยังอาจเปลี่ยนสถานะการต่อรองของ Abivax ในการเจรจาควบรวมกิจการ บริษัทไม่จำเป็นต้องเร่งหาพันธมิตรหรือขายสินทรัพย์ในช่วงที่แรงกดดันด้านเงินสดสูงที่สุด อย่างไรก็ดี การระดมทุนไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมควบรวมกิจการได้ข้อสรุปแล้ว และไม่สามารถทดแทนความคืบหน้าด้านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือการทำตลาดของยาวิจัยได้
มูลค่าหุ้นผูกกับฉลากยาและข้อมูลการทดลอง
การวิเคราะห์ที่มีอยู่ระบุว่า ราคาหุ้น Abivax เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับช่วง 90 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมูลค่ารวมของบริษัทน่าจะสะท้อนศักยภาพเชิงพาณิชย์ของ obefazimod ไปแล้วบางส่วน การปรับขึ้นต่อจากนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า obefazimod จะได้รับฉลากกำกับดูแลสำหรับ UC ที่เอื้อต่อการใช้งานมากเพียงใด และข้อมูลการทดลองระยะที่ 2b ในโรคโครห์นที่เผยแพร่ในปี 2027 จะแสดงผลลัพธ์เชิงบวกหรือไม่
หมุดหมายทั้งสองมีผลต่อบริษัทคนละด้าน ฉลากสำหรับ UC จะกำหนดกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถใช้ยาได้หลังได้รับอนุมัติ รวมถึงขอบเขตการทำตลาด ส่วนข้อมูลระยะที่ 2b ของ CD จะเป็นหลักฐานว่าบริษัทสามารถแสดงประสิทธิผลและความปลอดภัยของ obefazimod ในข้อบ่งใช้สำคัญอีกประเภทหนึ่งได้หรือไม่ หากผลลัพธ์ด้านใดด้านหนึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด แบบจำลองมูลค่าของหุ้นก็อาจต้องปรับใหม่
การพึ่งพายาวิจัยหลักยังเป็นตัวแปรสำคัญ
มูลค่าหลักของ Abivax ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ obefazimod บริษัทมีเงินสดรองรับการดำเนินงานเป็นเวลานาน แต่หากฉลากกำกับดูแลของยาขาดความชัดเจน ข้อมูลการทดลองในโรคโครห์นไม่เป็นไปตามคาด หรือการแข่งขันจากการรักษาประเภทเดียวกันรุนแรงขึ้น ประโยชน์จากฐานะเงินสดที่แข็งแกร่งก็อาจช่วยพยุงมูลค่าบริษัทได้น้อยลง
ด้วยเหตุนี้ การประเมิน ABVX ในระยะนี้จึงขึ้นอยู่กับการรอหลักฐานสำคัญ มากกว่าการพิจารณาจากขนาดการระดมทุนเพียงอย่างเดียว ประเด็นที่ตลาดต้องติดตามต่อไปคือรายละเอียดของการตัดสินใจด้านกฎระเบียบสำหรับ UC ความคืบหน้าของการทดลองระยะที่ 2b ในโรคโครห์น และการที่บริษัทจะนำเงินสดสำรองที่มีอยู่ไปใช้กับธุรกรรมใหม่หรือขยายพอร์ตการวิจัยหรือไม่