
บรรยากาศการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์ในสภาคองเกรส โดยพรรคเดโมแครตประท้วง พรรครีพับลิกันสนับสนุน
คืนวันที่ 4 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรส บรรยากาศในสถานที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยนักการเมืองเดโมแครตแสดงความไม่พอใจด้วยเสียงโห่และการเย้ยหยัน ขณะที่นักการเมืองรีพับลิกันเชียร์และปรบมือ ทำให้เกิดความแตกแยกอย่างชัดเจน
เมื่อทรัมป์เข้าสู่อาคารรัฐสภา เขาได้ทักทายนักการเมือง แต่ได้รับการตอบรับอย่างเย็นชาจากนักการเมืองเดโมแครต บางคนถึงกับแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน หนึ่งในนักการเมืองเดโมแครตจากรัฐนิวเม็กซิโก ชูป้ายข้อความว่า "นี่ไม่ปกติ" แต่ป้ายดังกล่าวถูกนักการเมืองรีพับลิกันรายหนึ่งแย่งไปและโยนทิ้งบนพื้น สถานการณ์เข้าขั้นวุ่นวาย
ทรัมป์อ้างถึงผลงานเป็นเหตุให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างพรรค
ทรัมป์เริ่มสุนทรพจน์ด้วยคำว่า "อเมริกากลับมาแล้ว" และอ้างว่าผลงานของรัฐบาลของเขาในระยะเวลาเพียง 43 วันนั้นเกินกว่าที่รัฐบาลอื่นทำได้ในสี่ปีกว่าหรือแปดปี คำกล่าวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับนักการเมืองเดโมแครต ทันทีเกิดเสียงโห่และเย้ยหยัน ขณะที่นักการเมืองรีพับลิกันตอบกลับด้วยการตะโกนคำว่า "อเมริกา" ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง
นักการเมืองเดโมแครตขัดจังหวะการพูด บรรยากาศสถานที่เกิดความวุ่นวาย
ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ นักการเมืองเดโมแครตจากรัฐเท็กซัส ขัดจังหวะทรัมป์หลายครั้งและโบกไม้ที่มีคำสั่งอันเดิม ๆต่อทรัมป์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเข้าแทรกแซงพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์และเตือนนักการเมืองดังกล่าวให้รักษาความสงบ แต่ก็ไม่เป็นผล ในที่สุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องนำตัวเขาออกจากสถานที่
ความขัดแย้งระหว่างพรรคยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ความแตกแยกทางการเมืองยิ่งลึกซึ้ง
การกล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสครั้งนี้ ได้เน้นให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งระหว่างสองพรรคในอเมริกา พรรครีพับลิกันแสดงการสนับสนุนแรงต่อนโยบายของทรัมป์ ส่วนพรรคเดโมแครตแสดงความไม่พอใจผ่านประท้วงและเสียงโห่แสดงความขัดแย้งทางการเมืองอย่างชัดเจน เมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐ การขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้อาจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายในอนาคตและทัศนคติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

