ผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์ความงามในเกาหลีใต้ที่ใช้เนื้อเยื่อผิวหนังบริจาคจากผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ กำลังได้รับความสนใจ โดยวางจุดขายเรื่องการลดเลือนสัญญาณแห่งวัย และคาดว่าจะทำยอดขายในเกาหลีใต้ได้ 75 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 วัตถุดิบอาจเริ่มจากองค์กรรับบริจาคในพื้นที่อย่างซานอันโตนิโอ ก่อนผ่านกระบวนการในห่วงโซ่อุปทานและไปถึงคลินิกในกรุงโซล ทำให้ความเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างองค์กรรับบริจาค ผู้แปรรูป และตลาดบริการความงามข้ามพรมแดนเป็นประเด็นที่จับตา
ผิวหนังบริจาคจากผู้เสียชีวิตถูกนำมาใช้ในทรีตเมนต์
ทรีตเมนต์กลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดความงามเกาหลีใต้ที่กำลังขยายตัว แต่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไป เพราะใช้เนื้อเยื่อผิวหนังที่ได้รับบริจาคจากผู้เสียชีวิตเป็นวัตถุดิบ และนำไปใช้ในบริการความงามที่มุ่งลดเลือนสัญญาณแห่งวัย ข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่ได้ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ราคาต่อครั้ง หรือสัดส่วนยอดขายของแต่ละแบรนด์
รูปแบบธุรกิจเชื่อมการบริจาคเนื้อเยื่อเข้ากับการใช้จ่ายด้านความงาม ผู้บริจาคอยู่ในสหรัฐฯ ขณะที่วัตถุดิบผ่านกระบวนการในห่วงโซ่อุปทานก่อนเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ และคลินิกเป็นผู้ให้บริการแก่ผู้บริโภค กระบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการขนส่งข้ามประเทศและผู้ประกอบการหลายขั้นตอน แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัท มูลค่าธุรกรรม หรือสัดส่วนรายได้ของแต่ละฝ่าย
คาดยอดขายในเกาหลีใต้ปี 2026 อยู่ที่ 75 ล้านดอลลาร์
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คาดว่าจะทำยอดขายในเกาหลีใต้ได้ 75 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าทรีตเมนต์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริการของคลินิกบางแห่ง แต่เริ่มถูกมองในฐานะตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดขายคาดการณ์ไม่ใช่กำไรของบริษัท และยังไม่เพียงพอที่จะระบุส่วนแบ่งตลาด อัตราการเติบโต หรือยอดใช้จ่ายจริงของผู้บริโภค โดยยังไม่มีการเปิดเผยวิธีคำนวณและที่มาของประมาณการ
สำหรับธุรกิจความงาม ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เชื่อมการจัดหาวัตถุดิบเข้ากับบริการของคลินิก รายได้จึงอาจเกี่ยวข้องทั้งกับการขายผลิตภัณฑ์ การแปรรูป และการให้บริการทรีตเมนต์ แต่เมื่อไม่มีการระบุบริษัทที่เกี่ยวข้อง จึงยังประเมินไม่ได้ว่าผู้ประกอบการรายใดได้รับรายได้หลัก หรือยอดขาย 75 ล้านดอลลาร์จะแบ่งไปตามส่วนต่าง ๆ ของห่วงโซ่อุปทานอย่างไร
รายละเอียดเส้นทางจากสหรัฐฯ ถึงคลินิกในโซลยังไม่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญของห่วงโซ่อุปทานคือ วิธีเก็บและแปรรูปเนื้อเยื่อจากองค์กรรับบริจาค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ตลอดจนวิธีที่คลินิกแจ้งผู้บริโภคเกี่ยวกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลที่มีระบุถึงองค์กรรับบริจาคในซานอันโตนิโอและคลินิกในกรุงโซลเป็นตัวอย่างของเส้นทางข้ามประเทศ แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้บริจาค ผู้จัดหา เส้นทางขนส่ง หรือหน่วยงานที่เข้าร่วมอย่างเจาะจง
นอกเหนือจากประมาณการขนาดตลาด แหล่งที่มาและการเคลื่อนย้ายของวัตถุดิบจึงยังเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ข้อมูลปัจจุบันไม่ได้ระบุประเภทการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ หรือข้อมูลผลลัพธ์ของการรักษา สิ่งที่ระบุได้คือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำยอดขายในเกาหลีใต้ได้ 75 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ส่วนรายละเอียดว่าผิวหนังบริจาคจากสหรัฐฯ เข้าสู่บริการของคลินิกอย่างไรนั้นยังต้องมีข้อมูลห่วงโซ่อุปทานเพิ่มเติม