Blink Wallet เปิดเผยว่าเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ส่งผลให้เงินจากบัญชีคัสโตดีราวหลายสิบรายถูกผู้โจมตีโอนออก บัญชีที่ได้รับผลกระทบเป็นบัญชีที่แพลตฟอร์มรับหน้าที่ดูแลสินทรัพย์แทนผู้ใช้ ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหาย เวลาที่เกิดเหตุ และเส้นทางทางเทคนิคที่ผู้โจมตีใช้
สำหรับผู้ใช้กระเป๋าคริปโต บัญชีคัสโตดีมีลักษณะแตกต่างจากกระเป๋าที่ผู้ใช้ถือครองคีย์ส่วนตัวด้วยตนเองอย่างชัดเจน ในระบบคัสโตดี แพลตฟอร์มมักรับผิดชอบการดูแลคีย์บัญชีหรือสินทรัพย์ ผู้ใช้ทำรายการฝาก โอน และถอนผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ดังนั้น หากสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ระบบภายใน หรือบริการที่เกี่ยวข้องถูกเจาะ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ใช้รายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับขอบเขตสิทธิ์ของส่วนประกอบที่ถูกโจมตี
บัญชีที่ได้รับผลกระทบมีประมาณหลายสิบราย
ข้อมูลที่ทราบในขณะนี้ระบุว่า บัญชีคัสโตดีของ Blink Wallet ที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน “ไม่กี่สิบราย” และเงินในบัญชีดังกล่าวถูกโอนออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ระบุจำนวนบัญชีที่แน่นอน ไม่ได้แจกแจงประเภทสินทรัพย์ที่ถูกโอน มูลค่าธุรกรรมบนบล็อกเชน หรือปลายทางสุดท้ายของเงิน
จำนวนบัญชีในระดับหลายสิบรายไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทั้งหมดของแพลตฟอร์มได้รับผลกระทบ ขอบเขตของเหตุการณ์ยังต้องพิจารณาจากผลการตรวจสอบทางเทคนิคของ Blink Wallet การติดตามที่อยู่บนบล็อกเชน และการตรวจสอบรายชื่อบัญชีที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายทางการเงินทั้งหมดจากจำนวนบัญชีเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยอดสินทรัพย์ของแต่ละบัญชีอาจแตกต่างกันมาก
มูลค่าความเสียหายและวิธีการโจมตียังไม่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญที่ยังรอคำชี้แจง ได้แก่ ผู้โจมตีได้สิทธิ์เข้าถึงบัญชีมาอย่างไร สินทรัพย์ที่ถูกโอนออกไปกระจุกอยู่บนบล็อกเชนใดบล็อกเชนหนึ่งหรือไม่ แพลตฟอร์มได้ระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง และผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการชดเชยหรือไม่ คำตอบต่อประเด็นเหล่านี้จะมีผลโดยตรงต่อการประเมินโอกาสในการติดตามสินทรัพย์คืนและแนวทางจัดการของแพลตฟอร์ม
เอกสารที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดจากช่องโหว่ของสมาร์ตคอนแทรกต์ ระบบยืนยันตัวตนทำงานผิดพลาด การใช้สิทธิ์ภายในโดยมิชอบ หรือการเจาะระบบของผู้ให้บริการภายนอก ก่อนมีผลการสอบสวนที่ชัดเจน ยังไม่ควรสรุปว่าสาเหตุเกิดจากเทคโนโลยีใดโดยเฉพาะ แม้ธุรกรรมบนบล็อกเชนอาจช่วยตรวจสอบเส้นทางของเงินได้ แต่การที่ธุรกรรมสามารถติดตามได้ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์จะถูกเรียกคืนได้แน่นอน
ความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มคัสโตดีกำลังถูกจับตา
เหตุการณ์ของ Blink Wallet ทำให้ประเด็นการแยกเก็บสินทรัพย์ การจัดการสิทธิ์ และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของกระเป๋าคัสโตดีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง กระเป๋าแบบนอนคัสโตดีให้ผู้ใช้ดูแลคีย์ส่วนตัวเอง โดยแพลตฟอร์มไม่สามารถควบคุมสินทรัพย์ได้โดยตรง ส่วนกระเป๋าแบบคัสโตดีต้องอาศัยแพลตฟอร์มในการดูแลระบบบัญชี กระบวนการจัดการคีย์ และกลไกอนุมัติธุรกรรม ความสะดวกของทั้งสองรูปแบบแตกต่างกัน เช่นเดียวกับจุดที่ผู้ใช้ต้องรับความเสี่ยง
สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ สิ่งที่ต้องตรวจสอบในขณะนี้คือ บัญชีถูกจัดอยู่ในขอบเขตการสอบสวนหรือไม่ สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องถูกอายัดหรือติดตามแล้วหรือยัง และฟังก์ชันถอนเงิน โอนเงิน หรือเข้าถึงบัญชีถูกจำกัดชั่วคราวหรือไม่ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังจำเป็นต้องชี้แจงวิธีระบุบัญชีที่ได้รับผลกระทบ ลำดับเวลาของเหตุการณ์ รวมถึงแผนการชดเชยหรือการกู้คืนบัญชีในระยะต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2026 และ Blink Wallet ยังต้องเปิดเผยผลการตรวจสอบทางเทคนิคและการตรวจสอบเส้นทางเงินเพิ่มเติม จนกว่าจะมีข้อมูลที่ยืนยันได้เกี่ยวกับมูลค่าความเสียหาย วิธีการโจมตี และแนวทางดูแลผู้ใช้ ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในขณะนี้มีเพียงว่า ผู้โจมตีโอนเงินออกจากบัญชีคัสโตดีราวหลายสิบรายแล้ว ขณะที่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดของเหตุการณ์ยังไม่ชัดเจน