
ในช่วงเช้าของวันที่ 19 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ผู้นำรัสเซียและสหรัฐฯ ได้สนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ทั้งสองฝ่ายได้สำรวจแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ และแสดงความปรารถนาที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคี การสนทนานี้ได้รับความสนใจจากนานาชาติ และต่อมา นายเมดเวเดฟ รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้แสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการสนทนาภายนอก
เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนี้ได้โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า การสนทนาครั้งนี้ยืนยันถึงมุมมองที่เป็นที่รู้จักกันดีว่า การเจรจาที่สำคัญเกี่ยวกับปัญหายูเครนส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ เขาได้เปรียบเทียบอย่างมีสีสันถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศว่าเป็นเหมือนร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยผู้ที่ได้ตัดสินใจจริง ๆ มีเพียงรัสเซียและสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะเดียวกันเขาใช้คำเปรียบเปรยว่า “เมนู” เพื่อบรรยายอาหารในเชิงสัญลักษณ์ของประเทศยุโรปต่าง ๆ และเปรียบเทียบยูเครนเป็น "อาหารจานหลัก" ซึ่งเป็นการสื่อว่า ยูเครนอยู่ในฐานะผู้อยู่ใต้บังคับในการเจรจา และไม่ใช่ผู้ตัดสินใจจริง
สื่อรัสเซียได้นำเสนอความคิดเห็นนี้ รวมถึงความเห็นของนักวิเคราะห์ทางการทหาร ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษว่า ในกรอบการสนทนาปัจจุบันระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ยูเครน "อยู่บนเมนู และไม่ได้นั่งรอบโต๊ะเจรจา" ซึ่งเสริมสร้างทัศนะภายนอกเกี่ยวกับบทบาทของยูเครนในเวทีการเจรจาระหว่างประเทศ ว่าทิศทางอนาคตของตนอาจขึ้นอยู่กับการต่อสู้ของมหาอำนาจภายนอกมากกว่าการตัดสินใจของตนเอง
ภายหลังการสนทนาระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ทางเครมลินได้ระบุว่าผู้นำทั้งสองประเทศได้มีการสนทนาที่ละเอียดและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และได้สำรวจความเป็นไปได้ในการหยุดยั้งการยิงและแก้ปัญหาอย่างสันติ ทางทำเนียบขาวได้กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าควรยุติความขัดแย้งด้วยสันติภาพที่ยั่งยืน และเน้นย้ำความสำคัญของการปรับปรุงความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐฯ
การสนทนาครั้งนี้และการแถลงครั้งต่อมาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย ได้รับความสนใจจากสื่อระหว่างประเทศ การประชันระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ในประเด็นยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันทิศทางทางการทูตและการทหารของยูเครนอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกมากยิ่งขึ้น ในการเจรจาระหว่างประเทศในอนาคต

