ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นในวันอังคาร ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สองวัน โดยหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นขนาดเล็กเป็นกลุ่มที่โดดเด่น หุ้นชิปปรับตัวขึ้นและช่วยหนุน Nasdaq Composite ขณะที่ดัชนี Russell 2000 กลับมายืนเหนือระดับทางเทคนิคสำคัญ นักลงทุนกำลังจับตาทั้งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยจากเฟดและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ที่ทยอยประกาศในช่วงนี้
หุ้นชิปหนุน Nasdaq บวก 1.2%
Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.2% ในวันอังคาร ปริมาณซื้อขายในตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า และจำนวนหุ้นที่ปรับขึ้นเกือบเป็นสองเท่าของหุ้นที่ลดลง สะท้อนว่าการปรับขึ้นมีวงกว้างกว่าหุ้นเพียงไม่กี่ตัว โดยแรงซื้อหุ้นชิปเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนี
การนำตลาดของหุ้นเทคโนโลยีช่วยพยุงบรรยากาศการซื้อขายระหว่างที่การประชุมเฟดยังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังรอผลการตัดสินใจและถ้อยแถลงด้านนโยบาย ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่กำลังจะประกาศจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินการเติบโตของธุรกิจและแนวโน้มกำไร
Russell 2000 กลับมายืนเหนือระดับสำคัญ
หุ้นขนาดเล็กปรับตัวดีกว่าตลาดโดยรวมเช่นกัน โดยดัชนี Russell 2000 กลับมายืนเหนือระดับทางเทคนิคสำคัญ การฟื้นตัวนี้สะท้อนว่าแรงซื้อในวันอังคารขยายไปไกลกว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ สอดคล้องกับปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและจำนวนหุ้นบวกที่มากกว่าหุ้นลบอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การกลับมายืนเหนือระดับทางเทคนิคยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันแนวโน้มตลาด ผลประชุมเฟดและผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ยังอาจเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนต่ออัตราดอกเบี้ย แนวโน้มกำไร และมูลค่าหุ้น จึงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนประเมินทิศทางต่อไป
ตลาดจับตาสัญญาณเฟดและผลประกอบการ
การซื้อขายในสัปดาห์นี้มีประเด็นหลักสองด้าน ได้แก่ การประชุมเฟดและสัญญาณนโยบาย กับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้น ส่วนรายงานผลประกอบการให้ข้อมูลโดยตรงขึ้นเกี่ยวกับรายได้และกำไรของธุรกิจ เมื่อทั้งสองปัจจัยกำลังจะมีความชัดเจน การปรับขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นขนาดเล็กในวันอังคารจึงยังต้องพิจารณาควบคู่กับข่าวที่จะตามมา
เมื่อปิดตลาดวันอังคาร Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.2% ดัชนี Russell 2000 กลับมายืนเหนือระดับสำคัญ และปริมาณซื้อขายในตลาด Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อย การประชุมเฟดยังไม่สิ้นสุด และบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังจะรายงานผลประกอบการ ซึ่งยังเป็นข้อมูลสำคัญต่อการกำหนดราคาหุ้นในตลาด