
ราคาทองคำทะลุแนวต้านอย่างแข็งแกร่ง อารมณ์ตลาดเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์
วันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำตลาดอเมริกาพุ่งขึ้นอย่างมาก ทองคำแท่งปิดที่ 4,115 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ในวันเดียว สร้างสถิติราคาปิดสูงสุดตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอและคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟดที่เพิ่มสูงขึ้น สินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาเป็นจุดสนใจของการลงทุนอีกครั้ง นักวิเคราะห์ชี้ว่าการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดทองคำสะท้อนความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายที่คลุมเครือ
ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำขาวพุ่งขึ้นมากกว่า 4% ซึ่งก็โดดเด่นไม่แพ้กัน บรรยากาศความเสี่ยงในตลาดที่เพิ่มขึ้นทำให้สินทรัพย์มีค่าอย่างทองคำกลายเป็น “ที่หลบภัย” ของเงินทุน โดยเฉพาะในบริบทที่เงินเฟ้อ การจ้างงาน และความขัดแย้งในนโยบายของสหรัฐฯ สร้างมูลค่าเชิงกลยุทธ์ให้กับทองคำอีกครั้ง
สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ คาดการณ์ลดดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำคือข้อมูลที่อ่อนแอจำนวนหนึ่งที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนตุลาคมลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคค้าปลีกและรัฐบาล ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบลึกซึ้งของการปิดรัฐบาลต่อเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังเชิงลบของประชาชนต่อเศรษฐกิจในอนาคต
ตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็ว ตามเครื่องมือ CME FedWatch โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 25 จุดในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเป็น 64% และคาดว่าจะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในเดือนมกราคมถึง 77% บ่งบอกว่าเฟดอาจเข้าสู่ฤดูกาลผ่อนคลายใหม่ นักวิเคราะห์โลหะมีค่าชื่อ Peter Grant ระบุว่า “ข้อมูลที่อ่อนแอทำให้เฟดมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะดำเนินนโยบายผ่อนปรน และสภาวะดอกเบี้ยต่ำจะสนับสนุนทองคำในระยะยาว”
ความขัดแย้งในนโยบายเพิ่มขึ้น ราคาทองคำอาจพบความผันผวนใหม่
แม้ว่าคาดการณ์ลดดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น แต่ภายในเฟดก็มีความเห็นแย้งที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่บางส่วนกังวลเรื่องการกลับมาของเงินเฟ้อ จึงสนับสนุนแนวทางรัดกุม ในขณะที่บางคนเห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นสิ่งที่ควรระแวดระวังมากกว่า จึงเรียกร้องการผ่อนคลายที่เร็วขึ้น ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์เตือนว่าการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจลดทอนผลการควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกเห็นว่าการเพิ่มผลผลิตจากปัญญาประดิษฐ์อาจช่วยบรรเทาความกดดันด้านราคาได้
นักวิเคราะห์เห็นว่าความไม่แน่นอนภายในเฟดจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สร้างความผันผวนระยะสั้นให้กับทองคำ “ไม่ว่าจะฝ่ายไหนเป็นต่อ ตลาดจะตีความว่าเป็นสัญญาณผ่อนคลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้น” นายค้าทองจากลอนดอนกล่าว
ความเสี่ยงจากการปิดรัฐบาลลดลง แต่ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงอยู่
วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังผลักดันข้อเสนอประนีประนอมเพื่อยุติการปิดรัฐบาลที่ยาวนานกว่า 40 วัน ความเสี่ยงในตลาดปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น ตลาดหุ้นฟื้นตัวอย่างไรก็ตาม ทองคำไม่ลดลงตามปรับปรุงความเสี่ยง กลับยิ่งแข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์เห็นว่าถึงแม้การสิ้นสุดการปิดจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นชั่วคราว แต่ผลกระทบที่บิดเบือนข้อมูลเศรษฐกิจและการล่าช้าของการใช้จ่ายทางการคลังยังคงอยู่ กดดันต่อความคาดหวังด้านนโยบายการเงิน นักลงทุนยังคงถือทองคำเพื่อป้องกันการชะลอตัวของเศรษฐกิจและความผันผวนของเงินเฟ้อ
ความไม่แน่นอนด้านการค้าและภาษีเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงในสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอีก ครั้ง นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์ทำให้ตลาดกังวลอีกครั้ง ราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นบางส่วน บริษัทตัดสินใจซื้ออย่างระมัดระวัง ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกตึงเครียด ปริมาณนำเข้าของสหรัฐฯ ลดลงเกือบ 8% โดยสินค้าที่มาจากจีนลดลงมากกว่า 16%
การแพร่กระจายของอุปสรรคการค้าเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้คุณสมบัติ “ประกัน” ของทองคำในส่วนผสมสินทรัพย์ทั่วโลกโดดเด่นขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่าหากการลดดอกเบี้ยของเฟดและความตึงเครียดด้านการค้าเดินคู่กัน ราคาทองคำอาจทะลุช่วงปัจจุบันไปแตะ 4,300 ดอลลาร์หรือ 5,000 ดอลลาร์
วงจรใหม่ของการป้องกันที่ร่มเงาเงินเฟ้อ
ตลาดเชื่อกันว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แนวโน้มราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดและข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะประกาศ หากสัญญาณการลดดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น ทองคำอาจพบคลื่นขาขึ้นรอบใหม่
จากโครงสร้างการลงทุน พบว่ากองทุน ETF ยังคงไหลเข้า เทรนด์การถือทองคำของธนาคารกลางก็สนับสนุนตลาด กล่าวคือไม่ว่าจะผันผวนในระยะสั้นอย่างไร ทองคำกำลังกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของกองทุนทั่วโลกในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางนโยบายและความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

