
ทรัมป์ออกมาตำหนิธนาคารกลางสหรัฐอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดีย โดยวิพากษ์วิจารณ์นายพาวเวลล์ ประธานธนาคารกลาง และคณะกรรมการธนาคารกลางทั้งหมดที่ไม่ลดอัตราดอกเบี้ย โดยบอกว่าพวกเขาควรรู้สึกละอายใจ ทรัมป์ได้เย้ยหยันพาวเวลล์ว่าเป็น “คุณลุงสายไป” และกล่าวว่าคณะกรรมการเป็นงานที่สบายที่สุดแต่ได้รับความเคารพมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา แต่ล้มเหลวในเรื่องการลดดอกเบี้ย
ทรัมป์กล่าวว่า หากธนาคารกลางทำงานได้ดี สหรัฐฯ จะประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้หลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี เขาได้กล่าวซ้ำว่า สหรัฐฯ ควรลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 1% เพื่อลดภาระทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสการเติบโต ทว่า ธนาคารกลางกลับนิ่งเฉย ทำให้สหรัฐฯต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูง
ทำเนียบขาวกดดันพาวเวลล์ลดดอกเบี้ยอย่างมาก
ในวันเดียวกัน โฆษกทำเนียบขาวเลวิตเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้ระบุถึงหลายประเทศที่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือศูนย์ในจดหมายถึงพาวเวลล์ เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดดอกเบี้ยอย่างมากตามแนวโน้มโลก
คำพูดนี้ได้ต่อเนื่องไปจากความไม่พอใจของทรัมป์ต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสึ่งมีมาในระยะเวลาอย่างยาวนาน ในปีที่ผ่านมา ทรัมป์เคยวิจารณ์ธนาคารผ่านโซเชียลมีเดียหลายครั้งว่าไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ทันท่วงที และยังเคยขู่ว่าจะปลดพาวเวลล์จากตำแหน่งเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของฝ่ายบริหารโดยตรงเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้ง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงสี่ครั้งติดต่อกัน
แม้ว่าทรัมป์จะกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ธนาคารกลางก็ได้ตัดสินใจในที่ประชุมเมื่อเดือนมิถุนายนนำเสนออัตราดอกเบี้ยเงินเฟดไว้ที่ 4.25%-4.50% เช่นเดิม ซึ่งเป็นการรักษาระดับเดิมเป็นครั้งที่สี่ เพื่อจัดการกับความซับซ้อนของอัตราเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ธนาคารกลางเน้นว่า ในสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน การรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยเช่นเดิม ถือเป็นการตัดสินใจที่ "ระมัดระวังและจำเป็น" เพื่อประกันความมั่นคงของราคาสินค้าและการพัฒนาตลาดแรงงาน
ความขัดแย้งเรื่องการลดดอกเบี้ยสร้างความไม่แน่นอนทางตลาด
คำพูดล่าสุดของทรัมป์ทำให้ความคาดหวังของนโยบายของธนาคารกลางในอนาคตเกิดความขัดแย้ง บางนักลงทุนคาดว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แย่ลงอีก ธนาคารกลางอาจถูกบังคับให้เริ่มลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ ขณะที่บางคนเชื่อว่าธนาคารกลางอาจจะเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปเพื่อดูพัฒนาการของอัตราเงินเฟ้อหลักและตลาดแรงงาน
การเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อให้ลดต้นทุนหนี้ของทรัมป์ ขัดกับท่าที "อิงจากข้อมูล" ของธนาคารกลางที่ใช้ในการกำหนดนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ตลาดเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้นต่อแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลาง
ความขัดแย้งในการลดดอกเบี้ยส่งผลต่อเงินดอลลาร์และตลาดโลก
นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า หากธนาคารกลางเลือกปรับลดดอกเบี้ยตามความกดดันทางการเมือง อาจทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาสินค้าปลอดภัยอย่างทองคำสูงขึ้น แต่หากธนาคารกลางยังคงยืนยันการรักษาอัตราดอกเบี้ยสูงไว้ยาวนาน ดอลลาร์ก็อาจจะแข็งค่าต่อไป แต่ก็ต่อด้วยแรงกดดันต่อภาระหนี้สินของบริษัทและเครดิตผู้บริโภค
เมื่อทรัมป์ยังคงผูกโยงนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองการเลือกตั้ง การที่ธนาคารกลางจะสามารถรักษาความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายจะเป็นประเด็นที่ตลาดโลกให้ความสนใจในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังการประชุมกำหนดนโยบายในเดือนกรกฎาคมและกันยายน

