
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษี 50% ต่อสหภาพยุโรปออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐในช่วงเช้าวันจันทร์จึงปรับเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดในตลาดผ่อนคลายลงบางส่วน
ทรัมป์ตัดสินใจดังกล่าวหลังจากพูดคุยกับประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน โดยเขาระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีการสื่อสารที่ "ดีมาก" และตกลงที่จะเลื่อนภาษีที่มีกำหนดเริ่มภายในวันที่ 1 มิถุนายนออกไปถึงวันที่ 9 กรกฎาคม เพื่อให้มีเวลาในการเจรจาระหว่างสหรัฐและยุโรปเพิ่มขึ้น
จากข่าวนี้ ส่งผลให้ดัชนีฟิวเจอร์สของ S&P 500 เพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% และดัชนีฟิวเจอร์สของ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 1% ก่อนหน้านี้ ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของภาษีที่ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บต่อสินค้าในยุโรป รวมถึงสมาร์ทโฟนที่ผลิตในต่างประเทศของบริษัทอย่าง Apple และ Samsung Electronics ที่อาจมีภาษีสูงถึง 25% ถึง 50% ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นสำคัญของสหรัฐลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้ว่าตลาดฟิวเจอร์สจะแสดงการฟื้นตัวในขณะนี้ แต่บรรยากาศการค้าขายยังคงระมัดระวัง นักลงทุนเป็นกังวลว่าหากการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สหรัฐอาจยังเพิ่มภาษีลงโทษต่อสินค้าในยุโรปจริง ซึ่งจะสร้างความกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ควรสังเกตว่าตลาดการเงินของสหรัฐหยุดทำการในวันจันทร์นี้เนื่องในวันรำลึกถึงทหารอเมริกันที่ล่วงลับ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของตลาดฟิวเจอร์สจึงถูกมองว่าเป็นการตอบสนองล่วงหน้าต่อสถานการณ์การเมืองและการค้าในปัจจุบัน
การเลื่อนภาษีครั้งนี้ได้ให้เวลาหายใจแก่ตลาดชั่วคราว แต่ทิศทางการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางที่ตลาดทุนทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

