
เป้าหมายการเจรจาการค้าของสหรัฐชัดเจน: หวังปิดดีลหลักก่อนสิ้นตุลาคม
เบสเซนต์ รัฐมนตรีการคลังของสหรัฐฯ แสดงความเห็นในสัมภาษณ์ล่าสุดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันการเจรจากับคู่ค้าที่ไม่มีข้อตกลงให้เสร็จสิ้น โดยมีเป้าหมายที่จะปิดเจรจาหลักก่อนสิ้นตุลาคม นี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทางการค้าให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความแน่นอนให้กับเศรษฐกิจในประเทศและตลาดโลก
มีรายงานว่ามาตรการภาษีขั้นใหม่ของสหรัฐฯ ได้บังคับใช้แล้ว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับประเทศที่การเจรจายังไม่เสร็จสิ้น เช่น แคนาดา เม็กซิโก และสวิตเซอร์แลนด์ ที่กำลังพยายามเจรจาเงื่อนไขที่ดีกว่าทั้งในด้านภาษีและการเข้าถึงตลาด
การเจรจาภายใต้เงื่อนไขภาษีใหม่
การเจรจาในรอบนี้มีเงื่อนไขว่าภาษีใหม่ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บกับสินค้าจากหลายประเทศ นักวิเคราะห์ระบุว่านโยบายนี้เพิ่มอำนาจการเจรจาของสหรัฐฯ แต่ก็อาจจะกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งทำให้การเจรจาซับซ้อนขึ้น
ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่เท่ากันและห่วงโซ่อุปทานยังอ่อนไหว การปรับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่จะมีผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ยังอาจส่งผลต่อราคาสินค้าโลก กระแสการลงทุน และการจัดการภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นทอดๆ
หัวข้อการเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดเป็นที่สนใจ
ในการกล่าวถึงนโยบายการเงิน เบสเซนต์เน้นย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระของเฟด แต่เขาก็ยังย้ำว่าผู้ที่จะมาเป็นประธานเฟดคนต่อไปควรมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ไม่ควรพึ่งพาข้อมูลประวัติศาสตร์มากเกินไป ควรมุ่งเน้นแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อไม่นานนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อประธานเฟดคนปัจจุบัน เจอโรม พาวเวลล์ โดยเฉพาะในประเด็นการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีการคาดการณ์กันในหลายวงว่าทำเนียบขาวอาจมีแผนจะเปลี่ยนผู้นำเฟดในเร็วๆ นี้ การแสดงออกของทรัมป์ถูกตีความว่าเป็นความพยายามที่จะกดดันทางการเมืองต่อพาวเวลล์ เพื่อผลักดันให้นโยบายการเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตลาดและนโยบาย
การเจรจาการค้าและการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดกำลังร่วมกันสร้างอารมณ์ของตลาด หากการเจรจาส่วนใหญ่สามารถบรรลุก่อนสิ้นตุลาคม ความมั่นใจในการลงทุนของบริษัทและความคล่องตัวของการค้าระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนให้กับการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาการค้าถูกขัดขวางหรือความตึงเครียดทางภาษีเพิ่มขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและภาคการผลิต ยังอาจทำให้ความไม่แน่นอนในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ในกรณีนี้ ทิศทางนโยบายการเงินของเฟดจะมีความสำคัญมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานเฟดอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในเส้นทางนโยบาย

