
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาถึงกรุงปานามา ซิตี้ เมืองหลวงของปานามา เปิดตัวอย่างเป็นทางการในการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ ปานามาเป็นจุดแรกของการเยือนครั้งนี้ ต่อจากนั้น รูบิโอจะเดินทางไปเยือนกัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา และโดมินิกัน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศในละตินอเมริกา
ประเด็นปัญหาคลองปานามาเป็นจุดสนใจ
ที่การเยือนในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะท่าทีของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับการควบคุมคลองปานามา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์หลายครั้งว่าต้องการควบคุมคลองปานามาอีกครั้ง และบางทีอาจใช้มาตรการทางทหาร การมาเยือนปานามาของรูบิโอในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการส่งสัญญาณเพิ่มเติมของฝั่งสหรัฐฯในประเด็นนี้
รูบิโอได้เปิดเผยขณะให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่าจะมีการหารือกับรัฐบาลปานามาในประเด็นการควบคุมคลองปานามานอกจากประเด็นผู้ย้ายถิ่นฐาน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายปานามาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ประธานาธิบดีโฆเซ่ ราอูล มูลิโน ได้กล่าวชัดเจนว่าประเด็นอธิปไตยของคลองปานามาเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเจรจาได้ เขาได้เน้นย้ำในแถลงการณ์ว่า: "คลองนี้เป็นของปานามา เราจะไม่เปิดการเจรจากับใครในเรื่องนี้"
ชาวปานามาประท้วงท่าทีของฝั่งสหรัฐฯ
ก่อนการเยือนของรูบิโอ ได้เกิดการประท้วงต่อต้านสหรัฐอเมริกาในประเทศปานามา ผู้ประท้วงถือป้ายเรียกร้องในเชิงวิพากษ์วิจารณ์คำกล่าวของรัฐบาลทรัมป์ที่พยายาม "ยึดคืน" คลองปานามา ผู้ประท้วงมองว่าท่าทีของสหรัฐฯ เป็นการล่วงละเมิดอธิปไตยของปานามา และเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันจุดยืนและปฏิเสธการกดดันของสหรัฐฯในเรื่องนี้
รัฐบาลปานามายังมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้เช่นกัน ประธานาธิบดีมูลิโนระบุว่าต้องการให้การหารือระหว่างสหรัฐฯและปานามาเน้นไปที่ประเด็นที่ทั้งสองสนใจร่วมกัน เช่น การจัดการการย้ายถิ่น ฯลฯ มากกว่าจะเข้าสู่ข้อพิพาทอธิปไตย เขาเรียกร้องให้ฝั่งสหรัฐฯเคารพจุดยืนของปานามาและหลีกเลี่ยงการทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น
ตารางการหารือระหว่างสหรัฐฯและปานามาและทิศทางในอนาคต
ตามกำหนดการ รูบิโอจะพบกับประธานาธิบดีมูลิโนในช่วงเช้าของวันที่ 2 เวลา 10.00 น. และจะเยี่ยมชมคลองปานามา การเยือนครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณสำคัญสำหรับแนวทางในอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและปานามา โดยเฉพาะในบริบทที่รัฐบาลทรัมป์กำลังดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ความร่วมมือในด้านการย้ายถิ่น ฯลฯ จะดำเนินไปได้สำเร็จหรือไม่นั้นยังคงมีเรื่องค้างคาใจ
นักวิเคราะห์มองว่า แม้จะมีพื้นที่สำหรับความร่วมมือในประเด็นการย้ายถิ่นฯก็ตาม แต่ประเด็นคลองปานามาอาจเป็นสิ่งกีดขวางระหว่างความสัมพันธ์สหรัฐฯและปานามา เมื่อประเทศในละตินอเมริกามีนโยบายที่ละเอียดอ่อนต่อสหรัฐฯมากขึ้น การหาทางบาลานซ์ระหว่างอธิปไตยและความร่วมมือเป็นสิ่งที่ทดสอบภูมิปัญญาทางการทูตของทั้งสองฝ่าย

