แลร์รี่ ฟิงก์ ประธานกรรมการบริหารของแบล็กร็อคกล่าวว่า แม้ตลาดโลกจะมีความผันผวนเนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน นักลงทุนควรมุ่งเน้นที่ความมั่นคงของการลงทุนระยะยาวและชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างลึกซึ้ง
ความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาด
ฟิงก์ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในตลาดโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความผันผวนอย่างมากในตลาด ในสถานการณ์ที่ผันผวนเช่นนี้ ฟิงก์เน้นย้ำว่า แทนที่จะจับโอกาสทางการตลาดในระยะสั้น ควรรักษาการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลของแบล็กร็อคแสดงให้เห็นว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทุกๆ หนึ่งดอลลาร์ที่ลงทุนในดัชนี S&P 500 ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่ากว่า 8 เท่า
บทบาทในการเปลี่ยนแปลงของปัญญาประดิษฐ์
ฟิงก์ได้กล่าวถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์และผลกระทบเชิงลึกต่อเศรษฐกิจโลก เขาเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลให้กับทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการกำหนดงานและรูปแบบธุรกิจ นอกจากนี้ ปัญญาประดิษฐ์จะยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสำคัญระหว่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา
มุมมองการลงทุน
สำหรับนักลงทุน ฟิงก์แนะนำว่าพวกเขาควรปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่พลิกโฉมหน้าอื่นๆ ซึ่งหมายถึงการจับโอกาสจากการพัฒนาเทคโนโลยี และพร้อมรับความเสี่ยงที่มาจากธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้