ท็อดด์ แบลนช์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปกป้องคดีที่กระทรวงยุติธรรมยื่นเกี่ยวกับการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐอะแลสกาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม โดยคดีขอให้รัฐไม่รับรองผล หากแดน ซัลลิแวน วุฒิสมาชิกรีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่แพ้ และศาลวินิจฉัยว่าความสับสนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่งผลต่อผลเลือกตั้ง ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับผู้สมัครสองคนที่มีชื่อคล้ายกัน และการแข่งขันยังมีนัยต่อการที่พรรครีพับลิกันจะรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้หรือไม่
ผู้สมัครชื่อแดน ซัลลิแวนสองคนเป็นประเด็นในคดี
ฝ่ายรีพับลิกันกังวลว่าผู้สมัครอีกคนซึ่งชื่อแดน ซัลลิแวน อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนสับสน และกระทบการแข่งขันระหว่างซัลลิแวนคนปัจจุบันกับแมรี เพลโทลา ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ผู้สมัครอีกคนเป็นครูเกษียณและอดีตผู้บริหารโรงเรียนจากชุมชนประมงขนาดเล็กในเมืองปีเตอร์สเบิร์ก
ชื่อบนบัตรเลือกตั้งระบุผู้สมัครทั้งสองแตกต่างกัน ซัลลิแวนผู้ดำรงตำแหน่งใช้ชื่อ “Dan S. Sullivan” พร้อมระบุว่าเป็นรีพับลิกันและผู้ดำรงตำแหน่ง ส่วนอีกคนใช้ชื่อ “Daniel J. Sullivan Jr.” โดยไม่มีสังกัดพรรค โดนัลด์ ทรัมป์มองว่าการระบุข้อมูลบนบัตรไม่เป็นธรรม และกล่าวว่าควรใช้คำว่า “วุฒิสมาชิกแดน ซัลลิแวน” แทนคำว่า “ผู้ดำรงตำแหน่ง” เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากอาจไม่เข้าใจคำดังกล่าว
กระทรวงยุติธรรมยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดี เพลโทลาวิจารณ์คดีในวันถัดมา โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ “ทุจริตอย่างโจ่งแจ้ง” และเป็นความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของพรรครีพับลิกัน ลิซา เมอร์คาวสกี วุฒิสมาชิกรีพับลิกันอีกคนจากอะแลสกา ก็แสดงความไม่เห็นด้วยผ่านสื่อสังคมออนไลน์
แบลนช์ยืนยันไม่ได้ขอให้หยุดรับรองผลทันที
แบลนช์ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่ได้พยายามล้มผลเลือกตั้งของรัฐหรือเข้าควบคุมการจัดการเลือกตั้งระดับรัฐ เขากล่าวว่ารัฐบาลต้องการหาทางออกที่ทำได้โดยไม่ต้องฟ้องร้อง และทรัมป์เคยระบุว่าเป็นผู้สั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้
ในการให้สัมภาษณ์กับ CBS แบลนช์อธิบายเพิ่มเติมว่า คดีมีเป้าหมายเพื่อกำหนดหลักประกันทางกฎหมายสำหรับกรณีที่อาจมีหลักฐานว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสับสน ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐระงับการรับรองผลโดยทันที เขากล่าวว่ารัฐไม่ควรรับรองผลก็ต่อเมื่อศาลวินิจฉัยในขั้นสุดท้ายว่าความสับสนเป็นตัวกำหนดผลเลือกตั้ง แทนที่จะเป็นเจตนาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่าจุดยืนนี้สอดคล้องกับกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายรัฐอะแลสกา
ขณะนี้ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การมีหลักฐานแล้วว่าความสับสนเปลี่ยนผลเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยหรือไม่ว่าชื่อผู้สมัครที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสน และความสับสนนั้นมีผลต่อผลเลือกตั้งมากพอหรือไม่ กระบวนการทางกฎหมายและคำวินิจฉัยสุดท้ายจะเป็นตัวกำหนดว่ารัฐต้องเลื่อนหรือปฏิเสธการรับรองผลหรือไม่
ผลเลือกตั้งอะแลสกาเชื่อมโยงกับเสียงข้างมากในวุฒิสภา
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน และที่นั่งวุฒิสมาชิกจากอะแลสกาเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับความสนใจ หากซัลลิแวนแพ้และคดีทำให้การรับรองผลถูกท้าทาย ข้อพิพาทอาจดำเนินต่อหลังวันลงคะแนน สำหรับตลาด ที่นั่งนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายสหรัฐฯ ของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ทั้งผลเลือกตั้งและผลของคดียังไม่แน่นอน
ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้นำกระทรวงยุติธรรมตามการแต่งตั้งของทรัมป์ แบลนช์เคยเป็นทนายความส่วนตัวของทรัมป์ คดีอาญาเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งที่ทรัมป์เผชิญหลังการเลือกตั้งปี 2020 ยุติลงหลังเขาชนะการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ระหว่างรายการของ CNN แบลนช์โต้คำถามของผู้ดำเนินรายการที่ว่าคดีปัจจุบันอาจปูทางไปสู่การท้าทายผลเลือกตั้งในลักษณะเดียวกันหรือไม่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการโดยมิชอบหรือเกินอำนาจ และควรปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป
คดีเสนอให้พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะไม่รับรองผลภายใต้เงื่อนไขที่ศาลวินิจฉัยไว้ ไม่ได้ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงผลนับคะแนนหรือยกเลิกการเลือกตั้งแล้ว ผลการลงคะแนนของชาวอะแลสกาและคำวินิจฉัยว่าความสับสนมีผลต่อผลเลือกตั้งมากพอหรือไม่ ยังคงเป็นหัวใจของข้อพิพาทนี้