
หลังจากที่ในเดือนมกราคมปีนี้ ธนาคารกลางจีนได้ออกตั๋วเงินของธนาคารกลางมูลค่า 600 พันล้านหยวนอย่างสำเร็จแล้ว ธนาคารกลางได้ใช้มาตรการอีกครั้ง โดยการออกตั๋วเงินนอกชายฝั่งในตลาดฮ่องกง ส่งสัญญาณในการรักษาค่าเงินให้มั่นคง ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ธนาคารกลางได้ประกาศว่าจะขายตั๋วเงิน 400 พันล้านหยวน อายุ 3 เดือน และ 200 พันล้านหยวน อายุ 1 ปีในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ การออกตั๋วเงินครั้งนี้มียอดใกล้เคียงกับ 600 พันล้านในเดือนมกราคม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ธนาคารกลางมีต่อการรักษาค่าเงินให้มั่นคง
ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดวิเคราะห์ ตั๋วเงินของธนาคารกลางนอกชายฝั่ง เป็นเครื่องมือสำคัญของธนาคารกลางในการจัดการค่าเงิน ซึ่งสามารถปรับสภาพคล่องในตลาดหยวนสู่ระดับที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดแรงกดดันจากค่าเงินหยวนที่ลดลง โดยเฉพาะในบริบทของอัตราดอกเบี้ยระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่กลับขั้วกัน ค่าเงินหยวนเผชิญแรงกดดันที่จะลดลงบางประการ การออกตั๋วเงินนอกชายฝั่งช่วยในการดูดสภาพคล่อง ยกระดับอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมหยวนนอกชายฝั่ง เพิ่มต้นทุนในการเก็งค่าเงินหยวนเสื่อมค่า และสร้างความมั่นใจให้กับตลาด
นอกจากนี้ การออกตั๋วเงินของธนาคารกลางนอกชายฝั่งไม่เพียงแต่ช่วยรักษาค่าเงินให้มั่นคงเท่านั้น ยังเพิ่มความหลากหลายของสินค้าลงทุนเกรดสูงในตลาดหยวนนอกชายฝั่ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินทรัพย์หยวนคุณภาพสูงจากนักลงทุนต่างประเทศ ปัจจุบันมูลค่าตั๋วเงินนอกชายฝั่งถือครองมากถึง 2,000 พันล้านหยวน ความสนใจของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากตั๋วเงินนอกชายฝั่งของธนาคารกลางแล้ว องค์การการบริหารการเงินฮ่องกงยังจะเปิดตัวโครงการการจัดการเงินทุนหมุนเวียนสำหรับสินเชื่อการค้ารูเบีย 1,000 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าถึงเงินทุนหยวนได้ง่ายขึ้น เป็นการส่งเสริมการใช้เงินหยวนในตลาดโลก มาตรการใหม่นี้เป็นการตอบสนองต่อการเติบโตของความต้องการการจัดหาเงินทุนเป็นหยวนโดยนักลงทุนต่างประเทศ และช่วยให้ฮ่องกงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดหยวนนอกชายฝั่งระดับโลก
สรุปได้ว่า ธนาคารกลางผ่านมาตรการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่รักษาความมั่นคงของค่าเงินหยวนอย่างกระตือรือร้น แต่ยังเสนอโอกาสการลงทุนหยวนเกรดสูงให้แก่นักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแน่วแน่ของรัฐบาลจีนในการดำเนินการธุรกรรมในตลาดการเงินอย่างมั่นคง

