ไซเลอร์เน้นเรียนรู้ AI อย่างเข้มข้นและเจาะจงแก้ไขปัญหายังไม่ถูกแก้
ไมเคิล ไซเลอร์ ผู้ก่อตั้ง MicroStrategy ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Strategy ล่าสุดได้กล่าวในรายการ CEO Diary ว่าเยาวชนควรเร่งศึกษาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ลึกซึ้งและให้ความสำคัญกับการแก้โจทย์ที่เทคโนโลยียังไม่สามารถจัดการได้ ไซเลอร์มองว่าจุดที่แท้จริงเปิดโอกาสทางธุรกิจคือช่วงเริ่มต้นของเส้นโค้งการเติบโตทางเทคนิคแบบ "S-curve" ที่เทคโนโลยีกำลังเร่งตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาชี้ว่า "อย่าเสียเวลาฝึก AI เพื่อทำงานที่ AI ทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องเรียนรู้การสั่งงาน AI ให้ทำเรื่องใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน" ซึ่งหมายความว่าการใช้ AI หาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือช่วยลดต้นทุนบริการเดิมอย่างมากยังจำเป็นต้องมีพื้นฐานความชำนาญในสาขาวิชาชีพอย่างเข้มแข็งควบคู่ไปด้วย
การจับจังหวะเริ่มต้นของโค้ง S-curve ทางเทคโนโลยี
ไซเลอร์ยกตัวอย่างการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นรูปทรงตัว S ซึ่งในช่วงแรกจะเติบโตอย่างช้า ๆ ก่อนเข้าสู่ระยะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายจะเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เขาแนะนำให้นักลงทุนและผู้ประกอบการควรมุ่งเตรียมพร้อมรับมือโอกาสในช่วงที่เทคโนโลยีกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังอยู่ในระยะเร่งกระตุ้นตลาด ซึ่งสามารถสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจและการลงทุนได้มาก
ความท้าทายด้านการบริหารจัดการและความไม่แน่นอน
ถึงแม้ Strategy ของไซเลอร์วางแผนสำหรับปี 2026 ไว้ล่วงหน้า แต่ก็ยังพบกับแรงกดดันจากการบริหารจัดการและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ที่มีความไม่แน่นอนสูง การนำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้งานจริงต้องปรับสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การเข้าตลาดหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เร็วจนเกินไปอาจทำให้ใช้ทรัพยากรสูงและต้องเผชิญกับความผันผวนในตลาด ซึ่งเป็นจุดที่วงการธุรกิจจับตามองอย่างใกล้ชิด
เน้นคุณค่าที่แตกต่างและสร้างสรรค์ด้วย AI
ไซเลอร์ยังให้คำแนะนำว่า นอกจากการเรียนรู้เทคโนโลยีแล้ว ควรพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการใช้ AI แก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่คนอื่นยังไม่คิดถึง หลีกเลี่ยงการแข่งขันแค่เรื่องประสิทธิภาพเพื่อใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรม เขากล่าวว่า "การหาจุดตั้งต้นของ S-curve ใหม่คือการมายืนตรงจุดที่เต็มไปด้วยโอกาสของอนาคต ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพและการลงทุนอย่างยิ่ง"
โดยสรุป แนวคิดของไมเคิล ไซเลอร์ได้เน้นความสำคัญของการจับจังหวะเทคโนโลยี AI และการบริหารจัดการความเสี่ยงควบคู่กันไป ขณะที่ตลาดยังคงต้องติดตามความคืบหน้าในด้านการใช้งานจริงและพัฒนาการของเทคโนโลยีอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง