ความผันผวนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในช่วงต่ำ นักลงทุนเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง
แม้ว่าดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ จะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ดัชนีความกลัวหรือ VIX กลับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นอารมณ์ตลาดที่ค่อนข้างสงบและถึงขั้นผ่อนคลายมากกว่าปกติ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ราคาปิดของ VIX อยู่ที่ประมาณ 15.66 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นลดลงติดต่อกันถึงสามวัน ดัชนี VIX ที่ต่ำเช่นนี้ยิ่งน่าสนใจสำหรับนักลงทุน
นักวิเคราะห์ของบริษัทโกลด์แมน แซคส์ ริชาร์ด พริโวโรตสกี้ ระบุว่า กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงแบบ "หางยาว" หรือ tail-risk ยังมีราคาถูกมากในขณะนี้ เขาแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาซื้อออปชันขาย (put option) ของดัชนี S&P 500 และออปชันซื้อ (call option) ของดัชนี VIX ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในตลาดหุ้นที่อาจผันผวนขึ้นได้
ปัจจัยเสี่ยงหลายด้านกดดันตลาด
ไมเคิล ไครเมอร์ ผู้จัดการกองทุนจาก Mott Capital Management เปิดเผยว่าสัญญาออปชันหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับ VIX จะหมดอายุในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันต่อดัชนี VIX ลดลงและนำไปสู่ความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ราคาวอลาทิลิตี้ที่แท้จริงและวอลาทิลิตี้เชิงคาดการณ์ที่ใกล้เคียงกันก็อาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงของการปรับฐานหุ้นในระยะสั้นต่ำเกินไป
อีกทั้งช่วงเดือนกันยายนที่มักมีความผันผวนสูง ปัจจัยเชิงลบอื่นๆ เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA ซึ่งนักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด ส่งผลเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาด ส่วนสถานะสุขภาพของกองทุนสินเชื่อส่วนตัวก็ได้รับความสนใจกลับมาอีกครั้ง ประกอบกับความน่าจะเป็นประมาณ 34% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือนกันยายน ส่งผลให้แรงกดดันต่อตลาดเพิ่มขึ้น
บรรยากาศการเมืองและปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
สถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในปีนี้ยิ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องเฝ้าติดตาม พรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะคว้าชัยบางส่วนในสภาคองเกรส ส่งผลให้มีความไม่แน่นอนด้านนโยบายเกิดขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาด
สรุปแล้วแม้ว่าดัชนีความผันผวนในปัจจุบันแสดงให้เห็นตลาดที่ดูเหมือนสงบ แต่ปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองยังมีมาก นักลงทุนจึงมองหาเครื่องมือเช่นออปชันเพื่อบริหารความเสี่ยงและเตรียมรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในช่วงถัดไป