สมาชิกพรรคเดโมแครตระบุว่า หากพรรคได้ควบคุมสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้งกลางเทอม จะผลักดันการถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์และสอบสวนผู้บริจาคให้พรรครีพับลิกัน ท่าทีดังกล่าวชี้ว่าการกำกับตรวจสอบและกระบวนการถอดถอนอาจเป็นวาระสำคัญของสภาชุดใหม่ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางการหารือด้านนโยบายและประเด็นกำกับดูแลที่ตลาดจับตา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุชื่อเจ้าหน้าที่หรือผู้บริจาคที่อาจถูกตรวจสอบ รวมถึงกรอบเวลาและรายละเอียดของแผน
เดโมแครตวางแผนถอดถอนและสอบสวนเป็นวาระที่อาจเกิดขึ้น
พรรคเดโมแครตให้คำมั่นว่าจะผลักดันการถอดถอนเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ และสอบสวนผู้บริจาคให้พรรครีพับลิกัน ทั้งสองแนวทางเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบฝ่ายบริหารของสภาคองเกรส และการพิจารณาเครือข่ายเงินบริจาคทางการเมืองตามลำดับ
แต่ข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่ระบุว่าใครอาจเป็นเป้าหมายของการถอดถอน มีข้อกล่าวหาใดเป็นพื้นฐาน หรือการสอบสวนผู้บริจาคจะครอบคลุมเรื่องใด จึงยังประเมินไม่ได้ว่าแผนดังกล่าวจะดำเนินไปในรูปแบบใด
การถอดถอนต้องผ่านกระบวนการของสภาคองเกรส ส่วนการสอบสวนขึ้นอยู่กับอำนาจ หลักฐาน และการตัดสินใจของสมาชิกสภา คำประกาศของเดโมแครตจึงไม่ได้หมายความว่ากระบวนการถอดถอนได้เริ่มขึ้นแล้ว หรือว่าการสอบสวนผู้บริจาคมีข้อสรุปแล้ว ความคืบหน้าจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและการกำหนดวาระของสภาชุดใหม่
ผลเลือกตั้งกลางเทอมชี้ทิศทางการตรวจสอบของสภา
คำมั่นนี้ผูกโยงกับดุลอำนาจในสภาคองเกรสหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หากเดโมแครตได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร การกำกับตรวจสอบและการสอบสวนผ่านคณะกรรมาธิการอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำหน้าที่ของสภา แต่หากพรรคไม่ได้ครองเสียงข้างมาก การผลักดันแผนก็อาจขึ้นอยู่กับการจัดวาระและจำนวนที่นั่งของแต่ละพรรค
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลผลเลือกตั้งหรือจำนวนที่นั่ง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเดโมแครตมีเงื่อนไขเพียงพอที่จะดำเนินการตามแผนหรือไม่
สำหรับตลาด การสอบสวนของสภาและวาระถอดถอนอาจส่งผลต่อจังหวะการหารือนโยบาย นักลงทุนจึงยังติดตามการทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ประเด็นกำกับดูแล และนโยบายการคลัง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยว่าการสอบสวนจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรม บริษัท หรือมาตรการกำกับดูแลทางการเงินใด และยังไม่มีสัญญาณว่าคำมั่นดังกล่าวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายหรือข้อมูลตลาดแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามคือเดโมแครตจะยื่นกระบวนการอย่างเป็นทางการหรือไม่ จะกำหนดเป้าหมายการสอบสวนอย่างไร และดุลอำนาจในสภาจะส่งผลต่อการดำเนินการเพียงใด