• หน้าแรก
  • หมวดหมู่
  • ข่าว
  • ชุมชน
TH
TH
หน้าแรก
หมวดหมู่ข่าวคำศัพท์ชุมชนเกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
โซเชียลมีเดีย
ภูมิภาค
🌏นานาชาติ
ภูมิภาค
🌏นานาชาติ

ลิขสิทธิ์ © 2023-2026 Traderknows Ltd. สงวนลิขสิทธิ์

ติดต่อเรา
หน้าแรก
/
ข่าว
/
ทรัมป์ขู่ว่าจะเพิกถอนใบอนุญาตของสื่อ

ทรัมป์ขู่ว่าจะเพิกถอนใบอนุญาตของสื่อ

2025-09-19
สรุป:ทรัมป์ขู่ถอนใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ ทำให้เกิดความกังวลและการถกเถียงในสังคมอเมริกันเกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อและการแทรกแซงทางการเมือง

特朗普

คำพูดของทรัมป์จุดประกายความขัดแย้งอีกครั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวขณะเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า เครือข่ายโทรทัศน์ที่วิจารณ์เขา "เกินไป" อาจเผชิญกับการตรวจสอบใบอนุญาต หรือแม้กระทั่งโดนเพิกถอนความคิดเห็นดังกล่าวถูกมองกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการท้าทายต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยตรง และก่อให้เกิดความสนใจในวงกว้าง ทรัมป์กล่าวหาว่าหลายสถานีโทรทัศน์โจมตีเขาและรัฐบาลของเขามาเป็นเวลานาน และบอกว่าบางที "ควรเพิกถอนใบอนุญาตพวกเขา"

เสรีภาพของสื่อกับขอบเขตทางกฎหมาย

การแก้ไขครั้งที่หนึ่งของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้การคุ้มครองเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อ รัฐบาลทุกชุดมักจะหลีกเลี่ยงการแทรกแซงการดำเนินงานของสื่อผ่านวิธีการทางการบริหาร คำแถลงของทรัมป์ถือว่าเป็นการก้าวข้ามเส้นทางของเสรีภาพนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่ารัฐบาลอาจใช้การบีบบังคับเพื่อข่มขู่เสียงวิจารณ์ นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์สื่อชี้ว่า แม้ประธานาธิบดีจะตั้งใจผลักดัน แต่คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐฯ (FCC) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ก็อาจจะไม่สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดการต่อต้านที่รุนแรงทั้งทางกฎหมายและสังคม

ต้นกำเนิดของความขัดแย้งจากเหตุการณ์ยกเลิกการออกอากาศ

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งนี้คือการที่ช่อง ABC ตัดสินใจยกเลิกการออกอากาศโปแกรมของจิมมี่ คิมเมล อย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่คิมเมลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงกันที่เกี่ยวข้องกับชาร์ลี เคิร์ก ที่ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มอนุรักษ์นิยม ทรัมป์ก็ใช้โอกาสนี้โจมตีสื่อกระแสหลักอีกครั้ง และชี้เป้าไปยังคนดำเนินรายการทอล์กโชว์ในการกดดันว่าพวกเขาเป็นเวทีของฝ่ายค้านมานาน

ปฏิกิริยาภายในพรรครีพับลิกันแบ่งแยกกัน

ในระดับรัฐสภา ปฏิกิริยาของพรรครีพับลิกันไม่เป็นแนวเดียวกัน บางส.ส.ที่มีน้ำหนักให้ความเข้าใจในคำพูดของทรัมป์ว่า สื่อกระแสหลักมีอคติมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่เน้นว่า การยกเลิกโปแกรมของจิมมี่ คิมเมล เป็นการตัดสินใจขององค์กร ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกลาง ผู้นำพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่จึงเลือกที่อยู่เงียบ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในประเด็นที่อ่อนไหวนี้

การทดสอบทางการเมืองของเสรีภาพในการพูด

ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับสื่อเป็นมานานแล้ว เขาไม่ได้เพียงแค่โจมตีสื่อหลักอย่าง The New York Times และ The Washington Post แต่ยังมีการฟ้องร้องสำนักข่าวอีกด้วย ผู้วิจารณ์ชี้ว่าการ "กดดันสื่อ" ของทรัมป์ได้กลายเป็นรูปแบบที่ไม่เพียงแต่ลดความเชื่อมั่นของสังคมต่อสื่อ แต่วิธีการนี้ยังทดสอบหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐฯ อีกด้วย

ความกังวลของสังคม

สาธารณชนมีความกังวลอย่างมากว่าหากรัฐบาลขู่ที่จะเพิกถอนใบอนุญาตสื่อบ่อยครั้ง จะเป็นการสร้างบรรยากาศที่หนาวยะเยือกในการทำงานของสำนักข่าว และจำกัดความหลากหลายในเวทีสาธารณะ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายบางคนเตือนว่า หากคำพูดนี้กลายเป็นการกระทำจริง อาจมีการต้านทานอย่างรุนแรงจากระบบกฎหมาย แต่ผลกระทบทางการเมืองอาจจะสร้างภาพลักษณ์ของสหรัฐเป็น "ประภาคารของเสรีภาพสื่อ" ที่อ่อนแอลงในสายตานานาชาติ

ความหวังและผลกระทบในอนาคต

การถกเถียงเกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์คาดว่าจะยังคงเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สมาคมอุตสาหกรรมสื่อและองค์กรสิทธิมนุษยชนอาจจะออกมาเสียงเรียกร้องเพื่อคุ้มครองเสรีภาพของสื่อและสิทธิในการรับรู้ของสาธารณชน ไม่ว่าจะมีการดำเนินนโยบายใดในอนาคตหรือไม่ การขัดแย้งครั้งนี้ได้ดันประเด็น "อำนาจทางการเมืองกับความเป็นอิสระของสื่อ" ขึ้นแนวหน้าของการสนทนาอีกครั้ง และยังเผยความเปราะบางของสังคมอเมริกันในเรื่องเสรีภาพในการพูด

Business Cooperation Telegram Eng

Business Cooperation Skype ENG

คำเตือนความเสี่ยงและข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ตลาดมีความเสี่ยง และการลงทุนควรทำด้วยความระมัดระวัง บทความนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล และไม่ได้คำนึงถึงเป้าหมายการลงทุน สถานการณ์ทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของผู้ใช้ ผู้ใช้ควรพิจารณาว่าความคิดเห็น มุมมอง หรือข้อสรุปในบทความนี้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนหรือไม่ การลงทุนจากข้อมูลนี้ถือเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว

จบ
ก่อนหน้า
ถัดไป
ความคิดเห็น
0/1000
เขียนโดย
วันที่สร้าง:2025-09-19 01:29
อัปเดตล่าสุด:2025-09-19 02:09
การวิเคราะห์โดยอิสระ: ค้นคว้าด้วยตนเองและตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทีมกำกับดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ TraderKnows โดยอ้างอิงจากบันทึกของหน่วยงานกำกับดูแลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
วิกิ
不可抗力

在合同履行过程中,由于不可预见、不可避免且无法控制的外部事件或力量的干扰,使得合同的履行变得不可能或极其困难的情况

โพสต์ล่าสุด

ทรัมป์บังคับใช้กฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศทุ่ม 850 ล้านดอลลาร์หนุนถ่านหินรองรับ AI

06-05

ดัชนีเฟดนิวยอร์กชี้แรงกดดันห่วงโซ่อุปทานสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อทั่วโลก

06-05

ค่าจ้างที่แท้จริงของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน หนุนคาดการณ์ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ…

06-05

การจ้างงานที่ยืดหยุ่นในจีนทะลุ 300 ล้านคน อัตราการเติบโตของรายได้แรงงานปกน้ำเงินแซงหน้าปกขาวติดต่อก…

06-05

หุ้นเกาหลีใต้ร่วงหนักสุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนมีนาคม เหตุปรับฐานหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

06-05

อัตราดอกเบี้ยตั๋วเงินพาณิชย์ของจีนลดลงในช่วงต้นเดือนมิถุนายนท่ามกลางความต้องการของธนาคารที่เพิ่มขึ้น

06-05

ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรลดลงผิดคาดในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ดันต้นทุนการกู้…

06-05

การแทรกแซงมหาศาลไม่อาจฉุดเงินเยนได้ ขณะที่สถานะขายชอร์ตพุ่งใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

06-05

กระแส AI ชะลอตัวหลังคาดการณ์ของ Broadcom ต่ำกว่าคาด ตลาดโลกจับตารายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้

06-05

SpaceX เริ่มโรดโชว์ IPO มูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงถูกบล็อกกา…

06-05

กองทุน ETF ทองคำทั่วโลกเงินไหลออก 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. ทุนย้ายเข้าสินทรัพย์กลุ่มเทคโนโลยี

06-05

ดัชนีนิกเกอิปิดลบกว่า 1% จากหุ้นเทคโนโลยีร่วง ขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้นช่วยพยุงตลาด

06-05

เกาหลีใต้ยกเลิกการรายงานบังคับโอนคริปโตเกิน 10 ล้านวอน

06-05

Amundi ชี้หุ้น AI เอเชียมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เส้นทางนโยบายของเฟดเป็นตัวแปรสำคัญ

06-05

หุ้นไต้หวันปิดร่วง 1.33% ตามรอยบรอดคอม แต่ยังพยุงตัวเหนือแนวรับสำคัญได้

06-05

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

TraderKnows เป็นแพลตฟอร์มสื่อทางการเงินที่มีข้อมูลแสดงผลจากเครือข่ายสาธารณะหรือที่อัปโหลดโดยผู้ใช้ TraderKnows ไม่สนับสนุนแพลตฟอร์มหรือประเภทการซื้อขายใด ๆ และไม่รับผิดชอบต่อข้อพิพาททางการค้าหรือการขาดทุนที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดทราบว่าข้อมูลที่แสดงอาจมีความล่าช้า และผู้ใช้ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง