Costco กำลังเปิดทางให้แพลตฟอร์มจัดส่งหลายรายเข้ามารองรับธุรกิจในสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนตำแหน่งความร่วมมือระยะยาวของ Instacart โดย DoorDash ระบุว่า Costco จะให้บริการจัดส่งทั่วประเทศผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท ขณะที่เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น Costco ได้ขยายความร่วมมือกับ Uber Eats จาก 17 รัฐเป็น 47 รัฐ
Instacart ให้บริการ Costco มาตั้งแต่ปี 2017 และเคยได้เปรียบจากการเข้าถึงช่องทางนี้ก่อน แต่เมื่อ DoorDash และ Uber Eats เพิ่มพื้นที่ให้บริการพร้อมกัน Costco ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่มีลูกค้าเข้าซื้อสินค้าเป็นประจำ กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของทั้งสามแพลตฟอร์ม
DoorDash ขยายบริการ Costco ครอบคลุมสหรัฐฯ
DoorDash ระบุว่า ก่อนหน้านี้บริษัทให้บริการร่วมกับ Costco ในเปอร์โตริโกและบางตลาดต่างประเทศแล้ว และจะขยายบริการจัดส่งเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในครั้งนี้ โดย DoorDash เรียก Costco ว่าเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมแพลตฟอร์ม แต่มีปริมาณการค้นหาสูงที่สุดรายหนึ่ง
เดิมทั้ง DoorDash และ Uber ต่างมีธุรกิจหลักอยู่ที่การจัดส่งอาหาร แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ขยายไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภค ดอกไม้ และสินค้าค้าปลีกประเภทอื่น การเข้าร่วมของ Costco เปิดโอกาสให้ทั้งสองบริษัทเข้าถึงสินค้าขนาดบรรจุภัณฑ์ใหญ่ สินค้าอาหาร และกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้บริการสมาชิก ขณะเดียวกันก็ทำให้ขอบเขตธุรกิจของทั้งสองแพลตฟอร์มทับซ้อนกับ Instacart มากขึ้น
Dara Khosrowshahi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber กล่าวในการประชุมทางโทรศัพท์เกี่ยวกับผลประกอบการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ว่า ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีกประเภทอื่นเป็น “โอกาสอีกหนึ่งตลาดมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์” ด้าน Tony Xu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DoorDash เคยกล่าวว่าความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นกับผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอาจเป็นข้อได้เปรียบของบริษัทเมื่อเทียบกับ Amazon
Uber Eats ขยายความร่วมมือเป็น 47 รัฐ
Andrew Macdonald ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Uber กล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า ในวัยเด็กเขาเคยไปซื้อของที่ Costco กับบิดาทุกวันเสาร์ และปัจจุบันเริ่มทำกิจกรรมดังกล่าวกับบุตรสาวต่อเนื่องเช่นกัน สำหรับ Uber แล้ว Costco ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าใหม่บนแพลตฟอร์ม แต่ยังช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเข้าร้านสม่ำเสมอและมีความสัมพันธ์กับระบบสมาชิก
จำนวนผู้เข้าร้าน Costco ยังเป็นฐานความต้องการที่สำคัญสำหรับแพลตฟอร์มจัดส่ง ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จำนวนการเข้าเยี่ยมชมสาขา Costco เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่ตัวเลขของ Walmart และ Target ในช่วงเวลาเดียวกันทรงตัวโดยประมาณ เครือข่ายสาขา ระบบสมาชิก และมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อครั้งที่ค่อนข้างสูง ทำให้ธุรกิจจัดส่งของ Costco มีลักษณะแตกต่างจากคำสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
Instacart ยังมีจุดแข็งด้านสมาชิก Costco
Instacart ไม่ได้เริ่มการแข่งขันจากศูนย์ เมื่อปีที่แล้วแพลตฟอร์มเริ่มมอบส่วนลดหักจากยอดคำสั่งซื้อให้แก่สมาชิก Costco Executive บางส่วน สมาชิกระดับ Executive จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีสูงกว่าและได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดย Instacartมองว่าโปรแกรมดังกล่าวช่วยกระชับความสัมพันธ์กับ Costco และสมาชิกที่มีมูลค่าสูง
Emily Reuter ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Instacart กล่าวในการประชุมทางโทรศัพท์เกี่ยวกับผลประกอบการเมื่อเดือนสิงหาคมว่า สิทธิประโยชน์นี้ช่วยเสริมความร่วมมือกับ Costco ต่อไป และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น
สามรูปแบบจัดส่งแย่งคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มเดียวกัน
Amazon กำลังพัฒนาเครือข่ายคลังสินค้าของตนเอง และจัดพนักงานจัดส่งเพื่อส่งสินค้าอุปโภคบริโภคถึงบ้านภายในเวลาสั้นที่สุดประมาณ 30 นาที ส่วน DoorDash, Instacart และ Uber Eats ส่วนใหญ่ใช้สินค้าบนชั้นวางของสาขาร้านค้าปลีกในการจัดเตรียมคำสั่งซื้อ ก่อนให้ผู้จัดส่งอิสระของแพลตฟอร์มนำสินค้าไปส่งถึงผู้บริโภค
ดังนั้น การขยายขอบเขตความร่วมมือกับ Costco จึงไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงสัญญาจัดส่งฉบับหนึ่ง แต่ยังมีผลต่อความสามารถของแต่ละแพลตฟอร์มในการเข้าถึงข้อมูลสมาชิก เพิ่มความถี่ของคำสั่งซื้อ และสร้างความหนาแน่นของเส้นทางจัดส่ง สำหรับ Instacart ความสัมพันธ์ระยะยาวยังเป็นข้อได้เปรียบ ขณะที่ DoorDash และ Uber Eats กำลังเพิ่มจำนวนสาขาและช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค
การจัดสรรคำสั่งซื้อระหว่างทั้งสามแพลตฟอร์มจะขึ้นอยู่กับราคา สิทธิประโยชน์สมาชิก ระยะเวลาจัดส่ง และพฤติกรรมการเลือกใช้แพลตฟอร์มของลูกค้า Costco แต่ละราย