
ราคาน้ำมันปรับขึ้นเล็กน้อยแต่มีกำลังไม่เพียงพอ
ตลาดน้ำมันดิบระหว่างประเทศในวันพุธปรับตัวสูงขึ้น โดย Brent และ WTI ต่างบันทึกการปรับขึ้นมากกว่า 1% แม้ความตึงเครียดทางการเมืองจะทำให้ราคาพุ่งขึ้นระยะสั้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับความล้นเกินของอุปทานที่เพิ่มขึ้นและทำให้การขึ้นของราคาหดแคบลง นักวิเคราะห์เชื่อว่า หากไม่มีการขัดจังหวะการจัดหาที่แท้จริง ราคาน้ำมันจะไม่ฟื้นตัวในระยะยาวได้ง่าย
ความขัดแย้งระหว่างประเทศกระทบตลาด
การโจมตีของอิสราเอลต่อผู้นำฮามาสและข่าวเรื่องโปแลนด์ยิงอากาศยานไร้คนขับ สร้างการประเมินใหม่ของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงในตะวันออกกลางและยุโรป เหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มความสำคัญของน้ำมันในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ผลักดันราคาน้ำมันให้ขึ้นไปเกือบ 2% หลังจากประกาศข่าวออกมา แต่เนื่องจากไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตหรือเส้นทางขนส่ง ตลาดจึงกลับมาสงบ ความขึ้นของราคาบางส่วนถูกลบไป
แผนการคว่ำบาตรของสหรัฐเพิ่มความไม่แน่นอน
สหรัฐเพิ่มแรงกดดันต่อการส่งออกพลังงานของรัสเซีย โดยเรียกร้องให้สหภาพยุโรปเก็บภาษีสูงต่อผู้ซื้อหลักอย่างอินเดีย ข้อเสนอหากดำเนินการอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของน้ำมันทั่วโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มาตรการเข้มงวดแบบนี้อาจขัดแย้งกับเป้าหมายของสหรัฐในการควบคุมเงินเฟ้อ จึงมีความไม่แน่นอนในด้านการดำเนินการ ตลาดกังวลว่า หากนโยบายเข้มเกินไป อาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทางการเงินของ Fed
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการคาดการณ์ความต้องการ
ผู้ค้าสมาชิกคาดว่า Fed จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่จะมาถึง เพื่อรับมือกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากนโยบายถูกนำมาใช้ตามคาด อาจกระตุ้นการบริโภคพลังงาน ทำให้มีการปรับปรุงแนวโน้มความต้องการน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนคิดว่าผลกระทบการกระตุ้นในตลาดน้ำมันอาจจำกัด เนื่องจากระดับสินค้าคงคลังยังคงสูงอยู่
ปัญหาความล้นเกินของอุปทานยังคงอยู่
คำเตือนจากสำนักข้อมูลพลังงานสหรัฐแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มการผลิตของสมาชิก OPEC+ ที่ทำให้สินค้าคงคลังยังคงสะสมอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาคมน้ำมันสหรัฐยังแสดงหลักฐานว่าคงคลังน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน และน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น เหล่านี้บ่งชี้ว่าความกดดันจากฝั่งอุปทานอาจยังคงกดดันราคาน้ำมันในอีกหลายเดือนข้างหน้า ผู้ที่อยู่ในตลาดส่วนใหญ่มองว่าการเติบโตของสินค้าคงคลังหมายความว่าแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะตึงเครียดขึ้น ราคาก็ยังอาจไม่ดีดตัวขึ้นได้
นักลงทุนระวังการเฝ้ารอ
ในสถานการณ์ที่ปัจจัยหลายอย่างทับซ้อนกัน นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะระมัดระวัง ด้านหนึ่ง ความขัดแย้งระหว่างประเทศเพิ่มความผันผวนของตลาดน้ำมัน สร้างโอกาสการซื้อขายระยะสั้น อีกด้านหนึ่ง ความล้นเกินของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านนโยบายทำให้ทิศทางระยะยาวไม่ชัดเจน นักวิเคราะห์เน้นว่าตัวแปรสำคัญในอนาคตจะเป็นว่า OPEC+ จะปรับใช้กลยุทธ์การเพิ่มการผลิตหรือไม่ และนโยบายการเงินของ Fed จะมีผลกระตุ้นความต้องการมากน้อยเพียงใด
แนวโน้มในอนาคต
โดยรวมแล้ว ราคาน้ำมันในระยะสั้นอาจยังคงยืดเยื้อระหว่างความเสี่ยงทางการเมืองและความกดดันจากอุปทาน หากความขัดแย้งขยายตัวและส่งผลกระทบต่อเส้นทางพลังงานสำคัญ ราคาน้ำมันอาจได้รับแรงกระตุ้นใหม่ในการปรับขึ้น ในทางกลับกัน หากการสะสมของสินค้าคงคลังยังดำเนินต่อไป ตลาดอาจกลับไปที่พื้นฐานของการไม่สมดุลระหว่างอุปทานและความต้องการ นักลงทุนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมจาก CPI และการประชุมของ OPEC เพื่อประเมินขอบเขตการดำเนินการของราคาน้ำมันในอนาคต

