
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาประกาศว่าสหรัฐฯ และยูเครนได้บรรลุข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับแร่หายาก ข้อตกลงนี้ได้ลงนามและได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะจัดหาทรัพยากรแร่หายากคุณภาพสูงแก่สหรัฐฯ ในปริมาณมาก สนับสนุนความต้องการในอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
วันเดียวกันนี้ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาก็ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขการค้าอัตราภาษี ตามข้อตกลง รัฐบาลสหราชอาณาจักรเห็นด้วยที่จะยอมผ่อนคลายในด้านการนำเข้าอาหารและผลิตภัณฑ์การเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ ลดภาษีศุลกากรที่นำเข้าออกรถยนต์จากสหราชอาณาจักร ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรก้าวไปสู่ขั้นใหม่
ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนเผยในโซเชียลมีเดียว่าเขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ ทั้งสองฝ่ายได้ต้อนรับข้อตกลงกองทุนการลงทุนเพื่อการฟื้นฟูระหว่างมะกัน-ยูเครนที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภายูเครนและเห็นว่าข้อตกลงนี้เป็นเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เซเลนสกีระบุว่าข้อตกลงนี้เปิดโอกาสใหม่ในการร่วมมือสำหรับทั้งสองประเทศและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมะกันกับยูเครนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในการสนทนา เซเลนสกีได้เน้นถึงความจำเป็นในการผลักดันสันติภาพและพิจารณาขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม ทรัมป์ถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันในสนามรบระหว่างรัสเซียกับยูเครนและเซเลนสกีได้ให้คำอธิบายอย่างละเอียด พร้อมทั้งระบุว่ายูเครนพร้อมที่จะเริ่มประกาศการหยุดยิงเป็นเวลา 30 วันตั้งแต่วันนี้ เซเลนสกียังกล่าวว่ายูเครนยินดีจะเจรจาทุกรูปแบบกับรัสเซีย แต่อย่างไรก็ตามรัสเซียต้องแสดงความจริงใจในการยุติสงคราม โดยข้อแรกคือการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขอย่างเต็มที่
ต่อมาทรัมป์ได้เขียนข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า การเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนกำลังดำเนินต่อไป และขอให้ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลา 30 วัน เขาเน้นว่าสันติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของโลก ทั้งสองฝ่ายต้องเร่งกลับไปที่โต๊ะเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความตายของบุคคลและการสูญเสียทรัพยากรที่มากขึ้น
การบรรลุข้อตกลงแร่หายากระหว่างมะกัน-ยูเครนครั้งนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน การผลักดันการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนก็เปิดโอกาสให้การแก้ไขความขัดแย้งที่ยาวนานนี้มีความหวังใหม่ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สังคมโลกจะคอยติดตามความคืบหน้าในการร่วมมือระหว่างมะกัน-ยูเครนและทิศทางของกระบวนการสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน

